“ฮาลันด์” เจ็บจนต้องเปลี่ยนตัว นอร์เวย์ พ่าย โปรตุเกส ก่อนดวล ลิเวอร์พูล

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องลุ้นอาการ เออร์ลิง ฮาลันด์ หลังดาวยิงนอร์เวย์ส่งสัญญาณขอเปลี่ยนตัวและเดินกะเผลกออกจากสนามในเกมแพ้ โปรตุเกส ก่อนกลับมาดวล ลิเวอร์พูล

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจอเรื่องให้ต้องลุ้นก่อนเกมสำคัญ หลัง เออร์ลิง ฮาลันด์ กองหน้าตัวเก่งมีอาการบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกในเกมที่ ทีมชาตินอร์เวย์ บุกแพ้ โปรตุเกส 1-2 ศึกเนชั่นส์ ลีก เมื่อคืนที่ผ่านมา

ฮาลันด์ ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในเกมนี้ ก่อนถูกเปลี่ยนออกในนาทีที่ 67 โดยเจ้าตัวส่งสัญญาณไปยังม้านั่งสำรองว่าต้องการออกจากสนาม และมีภาพเดินกะเผลกหลังถูกเปลี่ยนตัว

อย่างไรก็ตาม ณ เวลานี้ ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างชัดเจนว่า ฮาลันด์ มีอาการบาดเจ็บบริเวณใด และรุนแรงแค่ไหน ทำให้ แมนฯ ซิตี้ ต้องรอผลตรวจจากทีมแพทย์อีกครั้ง

สตาเล่ โซลบัคเค่น กุนซือนอร์เวย์ ออกมาช่วยลดความกังวล โดยระบุว่าทีมมีแผนจะถอด ฮาลันด์ ออกจากสนามอยู่แล้ว เนื่องจากดาวยิงวัย 26 ปีเพิ่งลงเล่นเต็ม 90 นาทีถึง 3 นัดในช่วง 10 วันที่ผ่านมา

โดยกุนซือนอร์เวย์มองว่า อาการที่เกิดขึ้นอาจเกี่ยวข้องกับความเหนื่อยล้า รวมถึงการปะทะบางจังหวะ มากกว่าจะเป็นอาการบาดเจ็บรุนแรง พร้อมแสดงความเชื่อว่าไม่มีอะไรน่ากังวลมากนัก

ถึงกระนั้น แมนซิตี้ ก็ยังจำเป็นต้องตรวจอาการของ ฮาลันด์ อย่างละเอียดอีกครั้ง หลังเจ้าตัวกลับเข้าสู่สโมสร

เชซุส ยัน โรนัลโด้ เลือกเองคัมแบ็กโปรตุเกสหรือไม่

จอร์จ เชซุส เปิดทาง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คืนทีมชาติโปรตุเกส หลังถอนตัวจากแคมป์ พร้อมย้ำกัปตันทีมวัย 41 ปีเป็นผู้ตัดสินอนาคตด้วยตัวเอง

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยังสามารถกลับมาติดทีมชาติโปรตุเกสได้ หากเจ้าตัวต้องการ โดยกุนซือ จอร์จ เชซุส ยืนยันว่าการตัดสินใจทั้งหมดขึ้นอยู่กับกัปตันทีมวัย 41 ปี

โรนัลโด้ ซึ่งปัจจุบันค้าแข้งกับ อัล-นาสเซอร์ ถอนตัวออกจากแคมป์ทีมชาติ หลังไม่มีชื่อถูกส่งลงสนามในเกมพบ นอร์เวย์ และได้รับแจ้งว่าจะไม่ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในเกมถัดไปกับ เดนมาร์ก

ดาวยิงวัย 41 ปี ทำไปแล้ว 146 ประตูจาก 234 นัดให้ทีมชาติโปรตุเกส ซึ่งเป็นสถิติโลกทั้งในด้านจำนวนประตูและจำนวนการลงสนามให้ทีมชาติ

หลังออกจากแคมป์ โรนัลโด้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียว่า “เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ผมจะบอกความจริงกับชาวโปรตุเกสทุกคนเกี่ยวกับเหตุผลที่ผมออกจากทีมชาติ ซึ่งเป็นทีมที่ผมทุ่มเทให้มาโดยตลอด”

ด้าน เชซุส ซึ่งเคยร่วมงานกับ โรนัลโด้ ที่ อัล-นาสเซอร์ ยืนยันมาตลอดว่าจะพูดถึงประเด็นดังกล่าวหลังจบเกมเนชั่นส์ ลีก นัดสุดท้ายจากทั้งหมด 4 นัด ซึ่งโปรตุเกสปิดฉากด้วยชัยชนะเหนือ นอร์เวย์ 2-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมคว้าตั๋วเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายในฐานะแชมป์เก่า

เชซุส กล่าวว่า “ถ้าเขาต้องการ เขาจะกลับมาติดทีมชาติได้”

“เราสามารถพูดคุยกันก่อนการเรียกตัวครั้งต่อไป แต่ คริส เป็นคนที่จะตัดสินใจ”

“คริสเตียโน่ควรจบช่วงเวลาของเขากับทีมชาติในแบบที่เขาต้องการ เขาเป็นคนที่จะตัดสินใจว่าอยากให้มันจบลงอย่างไร”

“ในการเรียกตัวครั้งแรกของผม ผมบอกเขาว่า ‘ผมต้องการคุณ ผมต้องการให้คุณอยู่ใกล้ผม ไม่ว่าจะได้เล่นหรือไม่ได้เล่น ผมต้องการคุณ’ และตอนนี้ผมก็ยังพูดเหมือนเดิม”

โปรตุเกส มีโปรแกรมเปิดบ้านพบ เดนมาร์ก ในศึกเนชั่นส์ ลีก กลุ่มเอ 4 วันที่ 14 พฤศจิกายน ก่อนที่นัดสุดท้ายออกไปเยือน เวลส์ ในอีก 3 วันถัดมา

สำหรับ โรนัลโด้ ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในเกมแรกที่โปรตุเกสชนะเวลส์ 1-0 แต่เกมกับนอร์เวย์เขามีชื่อเป็นตัวสำรอง และได้รับแจ้งว่าอาจถูกส่งลงสนามหรือไม่ได้ลงเล่นก็ได้ โดยมีรายงานว่าเจ้าตัวไม่พอใจหลังถูกสั่งให้อบอุ่นร่างกายในครึ่งหลัง แต่สุดท้ายไม่ได้ลงสนาม

นั่นถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2008 ที่อดีตกองหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เรอัล มาดริด เป็นตัวสำรองที่ไม่ได้ถูกใช้งานในเกมทีมชาติรายการแข่งขันอย่างเป็นทางการ

จากนั้นเมื่อ เชซุส ประกาศในงานแถลงข่าวว่า โรนัลโด้ จะไม่ได้ออกสตาร์ตในเกมพบเดนมาร์กเช่นกัน ดาวยิงจอมเก๋าจึงตัดสินใจออกจากแคมป์ทีมชาติ

ขณะเดียวกัน กอนซาโล่ รามอส กองหน้า เอซี มิลาน ทำประตูได้ในทั้ง 3 นัดที่ออกสตาร์ตโดยไม่มี โรนัลโด้ อยู่ในทีม

อเราโฮ เปิดใจสุดแฮปปี้เลือกซบ ลิเวอร์พูล พร้อมลุยเต็มที่

โรนัลด์ อเราโฮ ปราการหลังสารพัดประโยชน์ ยอมรับมีความสุขและรู้สึกเหมือนอยู่บ้านกับ ลิเวอร์พูล หลังย้ายจาก บาร์เซโลน่า แบบยืมตัว พร้อมตั้งเป้าทำงานหนักเพื่อฤดูกาลที่ยอดเยี่ยม

ลิเวอร์พูล ตัดสินใจเลือกดึง อเราโฮ มาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ เพื่อแก้ไขวิกฤติเกมรับ โดยนักเตะเป็นผู้เล่นที่มีความสามารถในการยืนตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก และแบ็กขวา ความสามารถที่หลากหลายถือเป็นสิ่งที่ อันโดนี่ อิราโอล่า กุนซือชาวสเปน ชื่นชอบแข้งรายนี้อย่างมาก

สำหรับตอนนี้ อเราโฮ กลายเป็นหนึ่งในนักเตะขวัญใจของสาวก "เดอะ ค็อป" ไปเรียบร้อยแล้ว หลังสร้างผลงานดีมีคุณภาพทั้งในตำแหน่งปราการหลังตัวกลาง และฟูลแบ็ก ซึ่งทำให้สโมสรเตรียมใช้ออปชั่นซื้อถาวรด้วยราคา 55 ล้านยูโร (ราว 2,145 ล้านบาท) หลังจบซีซั่นนี้ 

อเราโฮ เปิดใจว่า "พูดตามตรง ผมมีความสุขมากและรู้สึกสบายใจที่ได้อยู่ที่นี่ ตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมมาถึง ทุกคนก็ทำให้ผมรู้สึกได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมทีม ทีมงานโค้ช รวมถึงแฟนบอล ทุกคนทำให้ผมรู้สึกเหมือนอยู่บ้านตั้งแต่เริ่มต้น"

“สิ่งเหล่านี้ช่วยได้มาก และทำให้คุณมีความมั่นใจมากขึ้นเมื่อลงสนาม ซึ่งทำให้คุณสามารถตอบแทนด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมและทุ่มเทอย่างเต็มที่ ผมมีความสุขและรู้สึกขอบคุณจริง ๆ ที่ได้สัมผัสกับช่วงเวลาแบบนี้ ต่อจากนี้ ผมจะเดินหน้าทำงานหนักและฝึกซ้อมอย่างเต็มที่เหมือนที่ทำอยู่ในตอนนี้ ผมหวังว่าเราจะมีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยม” อเราโฮ กล่าว

โมดริช รับสุดอับอาย โครเอเชียแพ้ อังกฤษ 0-7 ยับสุดประวัติศาสตร์

ลูก้า โมดริช มิดฟิลด์จอมเก๋า ยอมรับรู้สึกอับอาย หลัง โครเอเชีย โดน อังกฤษ ถล่ม 0-7 ศึกเนชั่นส์ ลีก พร้อมตำหนิทัพ “ตาหมากรุก” ขาดความดุดันและความเป็นหนึ่งเดียวกันจนเสียชื่อเสียงที่สร้างมานาน

ลูก้า โมดริช จอมทักมากประสบการณ์ทีมชาติโครเอเชีย ยอมรับว่ารู้สึกอับอายอย่างมากหลังทัพ “ตาหมากรุก” แพ้ยับไม่นับญาติให้กับทีมชาติอังกฤษ 0-7 ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

สำหรับ โครเอเชีย และทัพ “สิงโตคำราม” ถือเป็นเป็นคู่แข่งที่มีความสูสีกันอย่างมากตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามในแมตช์ล่าสุดทุกอย่างกลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิงเมื่อพวกเขาโดนลูกทีมของกุนซือโธมัส ทูเคิ่ล ทุบเละเทะต่อหน้าแฟนบอลร่วมชาติที่สนามสตาดิโอน เอชเอ็นเค ริเยก้า และเป็นความพ่ายแพ้ที่ยับเยินที่สุดในประวัติศาสตร์ของทีม

โมดริช ซึ่งปัจจุบันอายุ 41 ปี ออกมาวิจารณ์ผลงานของทีมอย่างรุนแรงโดยระบุว่าพวกเขาได้โยนชื่อเสียงที่สั่งสมมาทิ้งไป และยอมรับว่าตนเองรู้สึกอับอายเป็นที่สุดกับสิ่งที่เกิดขึ้น “มันเป็นเรื่องยากที่จะหาคำอธิบายสำหรับผลงานแบบนั้น เราไม่มีทั้งการดวลแย่งบอล การเข้าปะทะ ความดุดัน หรือความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน”

"ผมอยู่ที่นี่มา 20 ปีแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกอับอายหลังจบการแข่งขัน คุณแพ้ได้ คู่แข่งอาจแข็งแกร่งกว่า และตอนนี้พวกเขาก็แข็งแกร่งกว่าเรา แต่การแพ้แบบนี้ และการโยนชื่อเสียงที่เราสร้างสมมาตลอดหลายปีทิ้งไป เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ผมรู้สึกละอายใจจริงๆ" โมดริช ระบุ

ฮอยลุนด์ ปะทะ เชซุส! ปฏิเสธจับมือ-ผลักอก เผยทำเพื่อ โรนัลโด้

ราสมุส ฮอยลุนด์ ปฏิเสธจับมือและผลักอก จอร์จ เชซุส หลัง เดนมาร์ก แพ้ โปรตุเกส 2-4 ศึกเนชั่นส์ ลีก ก่อนเผยเหตุผลต้องการแสดงจุดยืนสนับสนุน คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ราสมุส ฮอยลุนด์ กองหน้าทีมชาติเดนมาร์ก และ จอร์จ เชซุส กุนซือทีมชาติโปรตุเกส มีเหตุการณ์ตึงเครียดจนกลายเป็นกระแสไวรัล หลังเกมที่โปรตุเกสบุกเอาชนะเดนมาร์ก 4-2 ในศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ที่สนามพาร์เค่น สเตเดี้ยม เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา

เหตุการณ์ดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากการแสดงออกของ ฮอยลุนด์ ทั้งระหว่างเกมและหลังจบการแข่งขัน ซึ่งเจ้าตัวต้องการแสดงจุดยืนเพื่อสนับสนุน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไอดอลในวัยเด็กของเขา

ในนาทีที่ 53 ฮอยลุนด์ ทำประตูตีเสมอให้เดนมาร์กเป็น 2-2 ก่อนวิ่งไปบริเวณธงมุมสนามและทำท่าฉลองประตู “SIUUUU” อันเป็นเอกลักษณ์ของ โรนัลโด้ โดยหันไปทางพื้นที่เทคนิคของทีมชาติโปรตุเกสโดยตรง

จากนั้นหลังจบเกม ขณะที่นักเตะทั้งสองทีมกำลังทักทายกัน เชซุส เดินเข้ามาหาฮอยลุนด์เพื่อจับมือ แต่กองหน้าทีมชาติเดนมาร์กปฏิเสธ ก่อนวางมือบนหน้าอกของกุนซือวัย 72 ปีและผลักออกไป พร้อมจ้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังเกิดประเด็นดราม่าครั้งใหญ่ในแคมป์ทีมชาติโปรตุเกส เมื่อ โรนัลโด้ ถอนตัวออกจากทีมอย่างกะทันหัน หลังมีความขัดแย้งกับ เชซุส ซึ่งตัดสินใจให้ดาวยิงวัย 41 ปีเป็นตัวสำรองในเกมพบ นอร์เวย์ และประกาศว่าเขาจะยังคงนั่งสำรองในเกมกับเดนมาร์ก

หลังจบเกม ฮอยลุนด์ ยอมรับอย่างเปิดเผยว่าการแสดงออกทั้งหมดของเขามีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุน โรนัลโด้

“ผมแค่อยากอุทิศประตูนี้ให้กับไอดอลของผม สำหรับทุกสิ่งที่ คริสเตียโน่ กำลังเผชิญอยู่ในช่วงเวลานี้ของอาชีพ เขาจะไม่มีวันถูกลืม” หัวหอกจากสโมสร นาโปลี กล่าว

ขณะที่สื่อโปรตุเกสระบุว่า ฮอยลุนด์ แสดงสีหน้าเคร่งเครียดและจ้องเชซุสอย่างตึงเครียดระหว่างเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วน เชซุส พยายามลดความร้อนแรงของสถานการณ์ด้วยการยิ้มระหว่างอยู่ในสนาม และยืนยันหลังจบเกมว่า คำตอบที่ดีที่สุดต่อประเด็นดราม่าภายนอกทั้งหมดคือ ชัยชนะของทีมชาติโปรตุเกส

ผลบอล เบลเยียม 3-0 ตุรกี: เดอ บรอยน์ เหมาสอง! ไก่งวงแพ้รวด เนชั่นส์ ลีก

“ปีศาจแดงแห่งยุโรป” กลับมาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมหลังเปิดบ้านเอาชนะ ตุรกี ไปได้ 3-0 เควิน เดอ บรอยน์ ฮีโร่เหมาคนเดียวสองประตูพาทีมเก็บชัยชนะะนัดที่สองส่วนทีมไก่งวงแพ้ 3 นัดจมบ๊วย ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ลีก เอ กลุ่ม

ฟุตบอล ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 เมื่อวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2569 เป็นการแข่งขันในเกมที่สามของ ลีกเอ กลุ่ม 1 ระหว่าง เบลเยียม ซึ่งมีสามคะแนนเกมล่าสุดเปิดบ้านพ่ายให้ ฝรั่งเศส 0-1 เกมนี้ยังได้เล่นในบ้านรับมือ ตุรกี ที่่พายมาสองนัดรวดไร้แต้มอยู่บ๊วยของกลุ่ม ซึ่งเกมล่าสุดทัพไก่งวงพ่าย ตุรกี มาขาดลอย 1-4

แค่ 10 นาทีแรกเจ้าบ้าน เบลเยียม ชิงขึ้นนำอย่างรวดเร็วจากจังหวะที่ โดดี้ ลูเกบากิโอ ไหลให้ เควิน เดอ บรอยน์ แตะหลบแนวรับตุรกีก่อนหลุดเข้าไปซัดเสาแรกอย่างเฉียบขาดให้เจ้าบ้านขึ้นนำ 1-0

“ปีศาจแดงแห่งยุโรป” เกมรุกยังเหนือกว่า นาที 36 เกือบได้เม็ดสองนำห่างหลัง ลูเกบากิโอ สับไกด้วยขวาบอลไปโดนปลายมือ อูวูร์ชาน ชาคีร์ ก่อนชนเสาอย่างน่าเสียดาย จบครึ่งแรกเจ้าบ้าน เบลเยี่ยมขึ้นนำ 1-0

ครึ่งหลัง นาที 59 เบลเยียม มาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 ยูริ ตีเลอมันส์ จ่ายให้ เควิน เดอ บรอยน์ ปั่นด้วยขวานอกกรอบบอลพุ่งผ่านมือนายด่านทัพไก่งวงเข้าไปอย่างเด็ดขาดเป็นประตูที่สองของห้องเครื่องวัย 35 ปี ในเกมนี้มีลุ้นแฮตทริกทันที

จากนั้นสกอร์ไหลเป็นเจ้าบ้านนำห่าง 3-0 นาที 76 จากตัวสำรองอย่าง โรเอโอ ลูกากู ตัวสำรองที่ลงมาซัดพาปีศาจแดงยุโรปนำโด่ง

จบเกม เบลเยี่ยม คว้าชัยนัดที่สองมีเพิ่มเป็น 6 คะแนน ส่วนตุรกีผลงานยังแย่เรื่อยๆ แพ้ 3 นัดติดจมบ๊วยก้นตาราง

รายชื่อตัวจริงทั้งสองทีม

เบลเยียม (4-2-3-1) : เซนเน่อ ลัมเมนส์ – ติโมตี กัสตาญ, นาธาน เอ็นกอย, แบรนดอน เมเคเล่, มักซิม เดอ ไคเปอร์ – ยูริ ตีเลอมันส์, ฮันส์ ฟานาเก้น – โดดี้ ลูเกบากิโอ, เควิน เดอ บรอยน์, มิก้า ค็อดต์ส – ชาร์ลส์ เดอ เกเตลาเร่อ

ตุรกี (3-4-3) : อูวูร์ชาน ชาคีร์ – เซกี้ เชลิค, เมริห์ เดมิรัล, อับดุลเกริม บาร์ดักชี่ – โอวุซ อายดิน, อิสมาอิล ยุกเซ็ก, บาร์ตัก เอลมาส, เฟอร์ดี้ คาดิโอลู – อาร์ด้า กือแลร์, บาริช ยิลมาซ, เคเรม อัคตูร์โกกลู

คล็อปป์ สวนเดือดไร้สาระประเด็นวิจารณ์ เยอรมนี ขาวไม่มากพอ

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือทีมชาติเยอรมนี ตอบโต้กระแสเหยียดเชื้อชาติ หลังทัพ “อินทรีเหล็ก” แพ้ กรีซ 0-1 ชี้คำกล่าวหาทีมไม่มีความเป็นเยอรมันหรือผิวขาวมากพอเป็นเรื่องไร้สาระ พร้อมระบุอย่าให้ความสนใจกับคนเหล่านี้

เจอร์เก้น คล็อปป์ เทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมนี ออกโรงตอบโต้ประเด็นที่มีการกล่าวอ้างว่าทัพ “อินทรีเหล็ก” ของตนไม่มีความเป็น “เยอรมัน” หรือ “ผิวขาวมากพอ” นั้นเป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี

กระแสความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดียที่เต็มไปด้วยข้อความเหยียดเชื้อชาติและถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม เกิดขึ้นหลังจากที่ เยอรมนี แพ้ กรีซ 0-1 ในศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยนับเป็นครั้งแรกที่พวกเขาปราชัยต่อทัพ “เทพนิยาย”

ที่สำคัญมีนักการเมืองจากฝ่ายขวาจัดจำนวนหนึ่งออกมาโจมตีทีมชาติเยอรมนี โดยพุ่งเป้าไปที่การมีนักเตะผิวขาวอยู่ในทีมเพียงไม่กี่คน โดยหนึ่งในนั้นคือ เคย์ ก็อตต์ชัลค์ รองหัวหน้าพรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี (AfD) ซึ่งนำภาพทีมชาติเยอรมนีตะวันตกจากนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 1990 มาโพสต์พร้อมเปรียบเทียบทีมที่ คล็อปป์ เลือกลงสนามพบกรีซ

ภาพในปี 1990 แสดงให้เห็นว่านักเตะทัพ “อินทรีเหล็ก” ทั้งหมดเป็นคนผิวขาว ขณะที่ 11 ตัวจริงในเกมแพ้ กรีซ มีนักเตะผิวขาวเพียง 2 ราย คืออเล็กซานเดอร์ นือเบล กับ โยซัว คิมมิช เท่านั้น นอกนั้นเป็นนักเตะเลือดผสม

สำหรับประเด็นนี้ คล็อปป์ ออกโรงตอบโต้อย่างดุเด็ดเผ็ดมันว่า “ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่เราจะต้องไปให้ความสนใจกับคนเหล่านี้ คุณจะไม่ได้ยินความคิดเห็นของผมเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะในชีวิตประจำวันผมแทบไม่มีเวลาให้กับเรื่องไร้สาระอยู่แล้ว และยิ่งไม่มีเวลามากไปกว่านั้นสำหรับเรื่องไร้สาระบนโซเชียลมีเดีย”

“สิ่งสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของเราก็คือ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นของตัวเองได้ มันบ้าสิ้นดีที่เรื่องแบบนี้ยังเกิดขึ้น โลกใบนี้น่าจะเรียนรู้อะไรบางอย่างจากห้องแต่งตัวของนักกีฬา เพราะที่นั่นทุกคนได้รับความเคารพจากสิ่งที่พวกเขาเป็นจริงๆ ไม่ใช่ถูกทำให้เสื่อมเสียจากความคิดเห็นที่ไม่มีมูลความจริง” คล็อปป์ กล่าว

สเปน U21โหดจัดถล่ม ซาน มารีโน่ 13-0

ถล่มยับไม่นับญาติ! สเปน U21ระเบิดฟอร์มบุกถล่ม ซาน มารีโน่ 13-0 ศึกยูโร รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี รอบคัดเลือก โดยแมตช์นี้ การ์ลอส เอสปี ทำผลงานสุดโดดเด่น ตะบันไปถึง 5 ประตู พร้อมกับทำ 2 แอสซิสต์ ส่งผลให้ทัพ “กระทิงดุจูเนียร์” ยึดจ่าฝูงกลุ่ม เอ เหนียวแน่น

ทีมชาติสนเปน รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี โชว์ฟอร์มสุดโหดไล่ต้อน ซาน มารีโน่ ยู-21 เละเทะ 13-0 ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นอายไม่เกิน 21 ปี รอบคัดเลือก กลุ่ม เอ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา

แมตช์นี้ทัพ “กระทิงจูเนียร์” มีสถิติครองบอลสูงถึง 80 เปอร์เซ็นต์ พร้อมทั้งมีโอกาสยิงถึง 48 ครั้ง และสร้างโอกาสสำคัญได้ถึง 10 ครั้ง, ยิงไป 13 ประตู แถมยังมีจำนวนการผ่านบอลมากกว่าคู่แข่งเกินกว่า 500 ครั้ง

สำหรับเกมนี้ โรดริโก้ เมนโดซ่า ซัดประตูแรกให้ทีมตั้งแต่นาทีที่ 9 ส่วน การ์ลอส เอสปี กองหน้าดาวรุ่งจากสโมสรเรอัล มาดริด ระเบิดฟอร์มเทพตะบันคนเดียว 5 ประตูกับ 2 แอสซิสต์ อย่างไรก็ตามในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+5 สเปน เหลือผู้เล่น 10 คน เนื่องจาก เฆซุส โรดริเกซ โดนใบแดงไล่ออก

ผลงานของ สเปน รุ่น ยู-21 จากการลงสนาม 9 เกม ชนะ 8 แพ้ 1 โดยเสียท่าให้กับ ฟินแลนด์ เก็บเพิ่มเป็น 24 คะแนน รั้งอันดับ 1 กลุ่ม เอ โดยพวกเขาเหลือโปรแกรมอีก 1 เกมที่จะพบกับ โรมาเนีย ในวันอังคารหน้า

ส่องจุดหมายปลายทางสตาร์ แมนฯ ซิตี้ หากโดนลงโทษหนักจากคดีละเมิดกฎการเงิน

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อาจต้องเจอกับการสูญเสียผู้เล่นมากกว่าการถูกตัดแต้ม หลังสโมสรถูกตัดสินว่ามีความผิดในทุกข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการละเมิดกฎการเงินอย่างร้ายแรง และเตรียมโดนบทลงโทษตั้งแต่เรื่องปรับเงินมหาศาลไปจนถึงขับออกจากพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีก แถลงการณ์ยืนยันว่า แมนฯ ซิตี้ มีความผิดในทุกข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎการเงินอย่างร้ายแรง รวมถึงข้อกล่าวหาส่วนใหญ่เกี่ยวกับการไม่ให้ความร่วมมือกับการสอบสวน

คณะกรรมการพบว่า แมนฯ ซิตี้ ได้จัดทำ “สัญญาอำพราง” และรายงานข้อมูลทางการเงินอันเป็นเท็จ คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 900 ล้านปอนด์ (ราว 39,600 ล้านบาท) ในช่วงระหว่างปี 2009 ถึง 2018 ส่วนแมนฯ ซิตี้ ยืนยันว่าพวกเขาไม่มีความผิด

ขณะนี้ยังไม่มีการตัดสินบทลงโทษใดๆ และ แมนฯ ซิตี้ยังสามารถยื่นอุทธรณ์ผลการพิจารณาของคณะกรรมการได้ภายในวันที่ 2 ตุลาคม อย่างไรก็ตาม หากพรีเมียร์ลีกลงโทษสโมสรอย่างรุนแรงที่สุด ก็อาจนำไปสู่การที่บรรดานักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ตัดสินใจย้ายออกจากทีม

แมนฯ ซิตี้อาจต้องเผชิญกับภารกิจอันยากลำบากในการรั้งตัวเหล่าซูเปอร์สตาร์ แม้ในเวลานี้มีรายงานว่านักเตะยังคงภักดีและพร้อมอยู่กับสโมสรต่อไป กระนั้นหากเกิดสถานการณ์เลวร้ายที่สุดสำหรับ “เรือใบสีฟ้า” บรรดาแข้งชื่อดังของทีมอาจย้ายไปอยู่ที่ใดบ้าง

เออร์ลิง ฮาลันด์ – เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทุกสโมสรในยุโรปต่างก็อยากได้ เออร์ลิง ฮาลันด์ ไปยืนเป็นกองหน้าตัวหลักให้กับทีมของพวกเขา ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า ต่างจับตาสถานการณ์ของดาวยิงชาวนอร์เวย์รายนี้อยู่แล้ว

มีรายงานเมื่อต้นสัปดาห์ว่า สองยักษ์ใหญ่จากสเปนต่างมีความสนใจที่จะคว้าตัว ฮาลันด์ ไปร่วมทีม หากมีโอกาสเกิดขึ้น

ฮาลันด์ทำไปแล้ว 169 ประตู จากการลงสนาม 205 นัด ให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งถือเป็นสถิติอันน่าทึ่ง และนั่นหมายความว่า หากเขาต้องการย้ายออกจากถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยมจริง เขาจะมีบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่พร้อมเข้ามารุมแย่งตัวอย่างแน่นอน

เฌเรมี่ โดกู – อาร์เซน่อล
แม้ไม่มีสัญญาณว่า อาร์เซน่อล กำลังเดินหน้าเจรจาคว้าตัว เฌเรมี่ โดกู หรือแม้แต่แสดงความสนใจในตัวปีกชาวเบลเยียมรายนี้ แต่สนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ก็ถือเป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับเขา

“เดอะ กันเนอร์ส” กำลังต้องการปีกซ้ายคนใหม่อย่างมาก หลังเสียทั้ง กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ และ เลอันโดร ทรอสซาร์ ไปในช่วงซัมเมอร์ และ โดกู คือผู้เล่นที่จะเข้ามายกระดับทีมตามที่ มิเกล อาร์เตต้า ต้องการ

อาร์เซน่อล มีประวัติคว้าตัวนักเตะจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงที่ผู้เล่นเหล่านั้นเริ่มไม่เป็นที่โปรดปรานในถิ่นเอติฮัด แต่ด้วยบทลงโทษที่ “เรือใบสีฟ้า” อาจต้องเผชิญ รวมถึงสถานะของ “ปืนใหญ่” ในฐานะแชมป์พรีเมียร์ลีก ทำให้ อาร์เตต้า อาจมีโอกาสดึงตัวนักเตะระดับแถวหน้าของพวกเขาซึ่งกำลังอยู่ในช่วงพีคของอาชีพ มาร่วมทีมได้ในที่สุด

เอลเลียต แอนเดอร์สัน – บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยต้องการคว้าตัว เอลเลียต แอนเดอร์สัน ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายด้วยค่าตัว 116 ล้านปอนด์ (ราว 5,104 ล้านบาท) ไปอยู่กับคู่ปรับร่วมเมืองของพวกเขา

หากบทลงโทษใดๆ เปิดทางให้ แมนฯ ยูไนเต็ด กลับเข้าสู่การแข่งขันแย่งตัวอีกครั้ง ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่า แอนเดอร์สัน จะเป็นการเสริมทัพครั้งใหญ่สำหรับฝั่งสีแดงของเมืองแมนเชสเตอร์

อย่างไรก็ตาม ทัพ “ปีศาจแดง” จะต้องเผชิญการแข่งขันอย่างหนัก เนื่องจากมีรายงานจากสเปนระบุว่า แอนเดอร์สัน เป็นหนึ่งในนักเตะที่ บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด ต่างจับตามองอยู่เช่นกัน

เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ – บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด
เช่นเดียวกับ แอนเดอร์สัน และ ฮาลันด์ อีกหนึ่งนักเตะที่ เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า กำลังจับตามองก็คือ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ

เฟร์นานเดซ ย้ายจาก เชลซี มาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 125 ล้านปอนด์ (ราว 5,500 ล้านบาท) ในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่เขาอาจต้องย้ายออกจากทีมหลังอยู่กับสโมสรได้เพียง 12 เดือน หากพรีเมียร์ลีกลงโทษ แมนฯ ซิตี้ ด้วยบทลงโทษครั้งใหญ่

เรอัล มาดริด เคยแสดงความสนใจที่จะเซ็นสัญญากับ เฟร์นานเดซ ในช่วงซัมเมอร์ล่าสุด ขณะที่กองกลางชาวอาร์เจนไตน์เองก็มีความต้องการย้ายทีมเช่นกัน ดังนั้น หากสถานการณ์เปิดทางขึ้นมา การกลับมาเปิดโต๊ะเจรจากันอีกครั้งจึงไม่ใช่เรื่องที่เกินความเป็นไปได้

จานลุยจิ ดอนนารุมม่า – บาเยิร์น มิวนิค, เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
บาเยิร์น มิวนิค ยังคงมองหาผู้รักษาประตูที่จะเข้ามารับบททายาทระยะยาวของ มานูเอล นอยเออร์ นายทวารจอมเก๋าที่จะมีอายุครบ 41 ปี ในฤดูกาลนี้

มีรายงานว่า บาเยิร์น เป็นหนึ่งในหลายสโมสรที่พิจารณาคว้าตัว ดอนนารุมม่า เพื่อเข้ามาอุดช่องว่างดังกล่าว ขณะเดียวกัน แมนฯ ยูไนเต็ด เคยพิจารณาคว้าตัว ดอนนารุมม่า เมื่อปีที่แล้ว ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายไปร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ส่วน เชลซี ก็อาจเดินหน้าคว้าตัวนายทวารทีมชาติอิตาลีรายนี้เช่นกัน เนื่องจากการมาถึงของ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ดูเหมือนจะเป็นเพียงทางออกชั่วคราวสำหรับปัญหาในตำแหน่งผู้รักษาประตูของ “สิงห์บลูส์”

รายาน แชร์กี – เรอัล มาดริด, บาร์เซโลน่า, เปแอสเช
รายาน แชร์กี กลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่น่าจับตามองและน่าตื่นเต้นที่สุดของวงการฟุตบอลยุโรป นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

สไตล์การเล่นที่เต็มไปด้วยทักษะและความสามารถเฉพาะตัวของเขา คือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า กำลังจับตาสถานการณ์ของเขา ตามรายงานจากสื่อสเปน

ขณะเดียวกัน ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ก็เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่เหมาะสมสำหรับ แชร์กี จากประสบการณ์ก่อนหน้านี้ของเขาใน ลีกเอิง รวมถึงแนวทางของสโมสรที่มักเสริมทัพด้วยนักเตะแนวรุกฝีเท้าดีเข้าสู่ทีมอย่างต่อเนื่อง

มาร์ค เกฮี – ลิเวอร์พูล
ลิเวอร์พูล เคยอยู่ในเส้นทางลุ้นคว้าตัว มาร์ค เกฮี จาก คริสตัล พาเลซ ก่อนที่กองหลังทีมชาติอังกฤษจะย้ายไปร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคมของฤดูกาลที่ผ่านมา

คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจหาก “หงส์แดง” จะกลับมาเดินหน้าคว้าตัว เกฮี อีกครั้ง หาก แมนฯ ซิตี้ ต้องเผชิญบทลงโทษด้วยการถูกตัดแต้มจำนวนมาก ตกชั้น หรือถูกขับออกจากพรีเมียร์ลีก จนทำให้นักเตะต้องการเริ่มต้นเส้นทางใหม่กับสโมสรอื่น

ยอสโก้ กวาร์ดิโอล – เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า
มีรายงานจากสื่อแดนกระทิงดุว่า ยอสโก้ กวาร์ดิโอล เป็นอีกหนึ่งนักเตะของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่กำลังตกเป็นเป้าหมายของ เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า

กองหลังสารพัดประโยชน์รายนี้กลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ไว้ใจได้มากที่สุดของ แมนฯ ซิตี้ ตลอดช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และคงเป็นการคว้าตัวครั้งสำคัญสำหรับทุกสโมสรที่สามารถดึงเขาไปร่วมทีมได้

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้อาจมีความซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจาก กวาร์ดิโอล เพิ่งเซ็นสัญญาฉบับใหม่ระยะเวลา 5 ปี กับต้นสังกัดเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

อองตวน เซเมนโย่ – ลิเวอร์พูล และ อาร์เซน่อล
อันโดนี่ อิราโอล่า กุนซือของ ลิเวอร์พูล อาจสนใจที่จะกลับมาร่วมงานกับ อองตวน เซเมนโย่ อีกครั้ง หลังจากเคยช่วยพัฒนาศักยภาพของแนวรุกทีมชาติกานาในช่วงที่ทั้งคู่ทำงานร่วมกันที่ บอร์นมัธ

เซเมนโย่ คงไม่มีปัญหาเรื่องสโมสรที่ให้ความสนใจเช่นกัน โดย อาร์เซน่อล ก็เคยแสดงความสนใจในตัวปีกรายนี้มาแล้ว

เทรนต์ เปิดใจคืนตัวจริง อังกฤษ! ย้ำเชื่อมั่นตัวเองหลังทำแอสซิสต์ เกมชนะ เช็กเกีย

เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาทีมชาติอังกฤษ เปิดใจหลังคืนตัวจริงทีมชาติอังกฤษในรอบเกือบ 2 ปี พร้อมทำแอสซิสต์ช่วยเชือดทัพ “สิงโตคำราม” บุกชนะ เช็กเกีย 2-0 ในศึกเนชั่นส์ ลีก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พร้อมย้ำเชื่อมั่นตัวเองมาตลอด

เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ฟูลแบ็กเท้าชั่งทองทีมชาติอังกฤษ เปิดใจหลังทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในแมตช์บุกชนะ เช็กเกีย 2-0 ที่สนามฟอร์ทูน่า อารีน่า ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เอ กลุ่ม 3 (นัดสอง) เมื่อวันอังคารที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา

แมตช์นี้ เทรนต์ ได้โอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงให้ทีมชาติอังกฤษครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2024 และไม่ทำให้ โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือชาวเยอรมัน ต้องผิดหวัง เมื่อบรรจงครอสบอลอย่างแม่นยำให้ แอนโธนี่ กอร์ดอน โขกเข้าประตูส่ง “ทรี ไลอ้อนส์” ขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่ต้นครึ่งแลัง จากนั้น แฮร์รี่ เคน กดเพิ่มอีกลูก ทำให้ อังกฤษ บุกคว้า 3 คะแนนสำคัญได้สำเร็จ

อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปิดใจว่า “มันเป็นเกียรติและเป็นเรื่องที่น่ายินดีเสมอที่ได้เป็นตัวแทนประเทศของผม ผมเชื่อมาตลอดว่าตัวเองสามารถเล่นให้ทีมชาติอังกฤษได้ และผมก็ต้องการทำแบบนั้นเสมอ ความเชื่อมั่นนั้นอยู่กับผมมาตลอด”

"ผู้จัดการทีมมอบโอกาสให้ผมลงสนามในคืนนี้ ผมพยายามทำตามสิ่งที่เขาต้องการให้ดีที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ และหวังว่าเขาจะพอใจกับผลงานของผม ตอนที่พวกเขาเหลือผู้เล่น 10 คน มันยิ่งทำให้เราเดินหน้ากดดัน และต้องการคว้าชัยชนะให้ได้ แต่ในความเป็นจริง มันกลับทำให้เกมยากขึ้นมาก พวกเขาจะเล่นกันอย่างรัดกุม และมีผู้เล่นจำนวนมากช่วยกันตั้งรับ"

“แม้ว่าเราจะครองบอลได้มากบริเวณรอบ ๆ กรอบเขตโทษ แต่มันยากมากที่จะเจาะแนวรับของพวกเขา แต่เราได้ประตูตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งหลัง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการ ยิ่งเกมดำเนินไปนานเท่าไรโดยที่สกอร์ยัง 0-0 มันก็ยิ่งยากขึ้นเรื่อย ๆ พวกเขาจะเริ่มมีความเชื่อมั่นว่าพวกเขาสามารถต้านทานและรักษาสกอร์เอาไว้ได้ ดังนั้นการได้ประตูจึงเป็นเรื่องที่ดี”

ส่วนจังหวะที่เปิดบอลให้ กอร์ดอน ทำประตูนั้น อดีตแบ็กขวาเด็กปั้นลิเวอร์พูล กล่าวว่า "ผมคุยกับ แอนท์ (กอร์ดอน) ในช่วงพักครึ่ง และบอกเขาว่า -ถ้าผมเข้าไปอยู่ในพื้นที่ฮาล์ฟ-สเปซของพวกเขาได้ และมองหาจังหวะเปิดบอล นายต้องเข้าไปอยู่ที่เสาสองให้ได้- แน่นอนว่าเราไม่ได้คาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนั้น แต่สุดท้ายมันก็เกิดขึ้นจริง"

"เขาเป็นนักเตะที่พร้อมวิ่งหาพื้นที่อยู่เสมอ และมันยอดเยี่ยมมากที่ได้เล่นร่วมกับเขา ผมรับบอลแล้วเงยหน้าขึ้นมองว่า ตัวเลือกที่ดีที่สุดอยู่ตรงไหน ผมพยายามพาบอลขึ้นไปข้างหน้าและสร้างสรรค์บางอย่างขึ้นมา และเมื่อเห็นจังหวะการวิ่งของเขา ผมก็สามารถจ่ายบอลให้ได้ตามที่ต้องการ" ฟูลแบ็กเรอัล มาดริด กล่าว