เอแดร์ซอน งงดีล แมนยู ล่มทั้งที่ตรวจร่างกายฉลุย

เอแดร์ซอน ยอมรับยังหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมการย้ายซบ แมนยู ถึงล่ม ยืนยันขั้นตอนตรวจร่างกายไม่มีปัญหา ก่อนเลือกฝากอนาคตกับ อตาลันต้า ยาวถึงปี 2031

เอแดร์ซอน กองกลางทีมชาติบราซิลของ อตาลันต้า ยอมรับว่า จนถึงตอนนี้เขายังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงว่าทำไมการย้ายไปร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จึงไม่เกิดขึ้น แม้จะยืนยันว่าการตรวจร่างกายไม่มีปัญหา ก่อนเลือกต่อสัญญาฉบับใหม่กับต้นสังกัดออกไปจนถึงปี 2031

ดาวเตะวัย 27 ปี ตกเป็นข่าวใกล้ย้ายไปค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่า แมนฯ ยูไนเต็ด บรรลุข้อตกลงค่าตัวกับ อตาลันต้า ได้ที่ประมาณ 45 ล้านยูโร (ราว 1,755 ล้านบาท) และเตรียมปิดดีลหลังนักเตะเสร็จสิ้นภารกิจกับทีมชาติบราซิลในศึกฟุตบอลโลก 2026

อย่างไรก็ตาม ดีลดังกล่าวกลับล่มลงในช่วงสุดท้าย โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่า “ปีศาจแดง” พบปัญหาบริเวณหัวเข่าของนักเตะระหว่างการตรวจร่างกาย จึงตัดสินใจยุติการย้ายทีม

ล่าสุด เอแดร์ซอน ออกมาเปิดใจถึงเรื่องดังกล่าวเป็นครั้งแรก พร้อมยืนยันว่าเขาเองก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

“พูดตามตรงนะ ผมเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผมได้รับความสนใจจากหลายสโมสรอยู่เสมอ และผมก็สามารถย้ายไปเล่นในอังกฤษกับทีมอื่นได้”

มิดฟิลด์ชาวบราซิลยังยืนยันว่า ผลการตรวจร่างกายไม่มีปัญหาอย่างที่หลายฝ่ายเข้าใจ

“การตรวจร่างกายเป็นไปด้วยดี ผมไม่รู้ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไป ผมอยู่กับ อตาลันต้า มา 4 ปี และลงเล่นอย่างต่อเนื่อง”

ท้ายที่สุด เจ้าตัวเลือกฝากอนาคตไว้กับต้นสังกัดต่อไป เนื่องจากความสัมพันธ์อันยอดเยี่ยมกับสโมสร

“ผมอาจรอดูว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ด้วยความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมกับสโมสร ทำให้ผมตัดสินใจอยู่ต่อและเซ็นสัญญาฉบับใหม่”

การต่อสัญญาครั้งนี้ทำให้ เอแดร์ซอน จะอยู่ค้าแข้งกับ อตาลันต้า ไปจนถึงปี 2031 พร้อมปิดฉากข่าวลือการย้ายซบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในตลาดซื้อขายนักเตะรอบนี้อย่างเป็นทางการ

โรดรี้ โพสต์อำลา แมนฯ ซิตี้ สุดซึ้ง หลังย้ายซบ บาร์เซโลน่า ลั่นหัวใจจะเป็นสีฟ้าตลอดไป

โรดรี้ โพสต์จดหมายอำลา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังย้ายร่วมทัพ บาร์เซโลน่า อย่างเป็นทางการ พร้อมขอบคุณแฟนบอล เพื่อนร่วมทีม และ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สำหรับช่วงเวลา 7 ปีแห่งความสำเร็จ ย้ำแม้อำลาสโมสร แต่หัวใจยังคงเป็น “สีฟ้า” ตลอดไป

โรดรี้ กองกลางทีมชาติสเปน โพสต์ข้อความสุดซึ้งผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อกล่าวอำลาแฟนบอล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังปิดฉากเส้นทาง 7 ปีในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม และย้ายไปร่วมทีม บาร์เซโลน่า อย่างเป็นทางการ เมื่อวันอังคารที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา

ดาวเตะวัย 30 ปี ย้ายจาก แอตเลติโก มาดริด มาค้าแข้งกับ “เรือใบสีฟ้า” ในปี 2019 ก่อนก้าวขึ้นเป็นกำลังสำคัญของทีม โดยลงสนามรวม 298 นัด และคว้าแชมป์ร่วมกับสโมสร 12 รายการ ประกอบด้วย พรีเมียร์ลีก 4 สมัย, เอฟเอ คัพ 2 สมัย, คาราบาว คัพ 3 สมัย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย ฟุตบอล

โรดรี้ เปิดจดหมายด้วยการขอบคุณทุกคนที่อยู่เคียงข้างมาตลอด

“ถึงแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ทุกคน การกล่าวคำอำลาเป็นหนึ่งในสิ่งที่ยากที่สุดในชีวิต แต่ผมอยากขอบคุณสำหรับความรักและการสนับสนุนที่ผมกับครอบครัวได้รับมาตลอดหลายปี”

เจ้าตัวย้อนความทรงจำถึงวันแรกที่ย้ายมาร่วมทีม พร้อมยอมรับว่ารู้สึกตื่นเต้นอย่างมากที่ได้ร่วมงานกับนักเตะระดับโลก รวมถึง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

“ผมจำได้ดีว่ารู้สึกตื่นเต้นแค่ไหนที่กำลังจะได้เล่นกับ เควิน, อเกวโร่, ซิลบา, แบร์นาร์โด้, จอห์น และอีกหลายคน”

“จากนั้นก็มี เป๊ป ที่ถ่ายทอดทุกอย่างให้ผมตั้งแต่วันแรก ผมเคยสงสัยว่าเราจะรับมือกับความคาดหวังมหาศาลได้หรือไม่ แต่เวลาพิสูจน์ให้เห็นแล้ว”

โรดรี้ ยังกล่าวถึงช่วงเวลาแห่งความสำเร็จร่วมกับสโมสร ไม่ว่าจะเป็นการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก, ทริปเปิลแชมป์, การยิงประตูพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมถึงการคว้ารางวัล บัลลงดอร์ ในฐานะนักเตะของ แมนฯ ซิตี้

“เราไม่ได้สร้างแค่ถ้วยรางวัล แต่เราสร้างมรดกที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นต่อไป และแฟนบอลก็อยู่เคียงข้างเราทุกก้าว”

นอกจากเรื่องฟุตบอลแล้ว มิดฟิลด์ชาวสเปนยังเผยว่า เมืองแมนเชสเตอร์คือสถานที่ที่หล่อหลอมชีวิตของเขาและครอบครัว

“แมนเชสเตอร์ไม่ได้ทำให้ผมเติบโตแค่ในฐานะนักฟุตบอล แต่ยังทำให้ผมเติบโตในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ผมได้เห็นน้องชายเรียนจบที่นี่ ได้เห็นแฟนสาวทำงานกับ NHS และตกหลุมรักเมืองแห่งนี้”

ก่อนปิดท้ายด้วยข้อความที่สร้างความประทับใจให้แฟนบอล “เรือใบสีฟ้า”

“ขอบคุณสโมสร แฟนบอล ทีมงาน และเพื่อนร่วมทีมทุกคน การเดินทางครั้งนี้คงไม่เหมือนเดิมหากไม่มีพวกคุณ หัวใจของผมจะเป็นสีฟ้าตลอดไป”

มูเซียล่า อัปเดตอาการหลังหมดสติ ยืนยันปลอดภัย พร้อมลุยเล่นฟุตบอลต่อ

จามาล มูเซียล่า แนวรุก บาเยิร์น มิวนิค เปิดใจหลังเกิดอาการหมดสติระหว่างเกมอุ่นเครื่อง ยืนยันว่าขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว พร้อมเผยแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นความผิดปกติทางระบบประสาทที่สามารถรักษาได้ และไม่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาว

จามาล มูเซียล่า กองกลางตัวรุกทีมชาติเยอรมนีของ บาเยิร์น มิวนิค เปิดเผยอาการล่าสุดผ่านอินสตาแกรม หลังเกิดเหตุหมดสติระหว่างเกมอุ่นเครื่องปรีซีซั่นที่ “เสือใต้” เอาชนะ ไฮเดนไฮม์ 4-2 เมื่อวันอังคารที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าขณะนี้อาการปลอดภัยและพร้อมเดินหน้ากลับมาใช้ชีวิตตามปกติ

ดาวเตะวัย 23 ปี ถูกส่งลงสนามในนาทีที่ 61 แต่ลงเล่นได้ไม่นานก็ล้มลงหมดสติ จนทีมแพทย์ต้องรีบเข้าปฐมพยาบาล ก่อนเจ้าตัวจะสามารถเดินออกจากสนามได้ด้วยตัวเอง โดยมีทีมงานสโมสรดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม

เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นครั้งที่สองในรอบสัปดาห์ หลัง มูเซียล่า เคยมีอาการลักษณะเดียวกันในเกมอุ่นเครื่องกับ แอร์เบ ไลป์ซิก ซึ่งก่อนหน้านี้ทีมแพทย์คาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด

ล่าสุด มูเซียล่า ออกมาอัปเดตอาการด้วยตัวเองว่า

“สิ่งแรกที่ผมอยากบอกคือ ตอนนี้ผมสบายดี”

“ผมรู้สึกขอบคุณมากสำหรับทุกข้อความ กำลังใจ และการสนับสนุนจากทุกคน ผมเข้าใจว่าหลายคนเป็นห่วง วันนี้ผมอยากอธิบายให้ทุกคนสบายใจขึ้นว่า ผมได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นอาการหมดสติชั่วขณะ ซึ่งสามารถรักษาได้ และมีสาเหตุมาจากความผิดปกติทางระบบประสาท”

แข้งทีมชาติเยอรมนียอมรับว่า แม้อาการดังกล่าวอาจดูน่ากังวลในช่วงแรก แต่สำหรับตัวเขาเองถือเป็นสิ่งที่สามารถรับมือได้ และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด

“ผมได้รับการรักษาทางการแพทย์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และมองเรื่องนี้ในแง่บวก บาเยิร์น มิวนิค รวมถึงคนใกล้ชิดต่างอยู่เคียงข้างและสนับสนุนผมมาตลอด”

มูเซียล่า ยังยืนยันว่า แพทย์ประเมินแล้วว่าอาการดังกล่าว ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพเพิ่มเติม และหลังจากหารือร่วมกับทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา เขาตัดสินใจเดินหน้าค้าแข้งต่อ

“สิ่งที่ช่วยให้ผมฟื้นตัวได้ดีที่สุด คือการใช้ชีวิตตามปกติและทำในสิ่งที่ผมรัก นั่นคือการเล่นฟุตบอล ผมเป็นคนตัดสินใจเรื่องนี้ด้วยตัวเอง และตอนนี้ผมรู้สึกดีมาก ทุกอย่างกำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง”

เจ้าตัวยังกล่าวทิ้งท้ายว่า เป้าหมายของเขาคือการกลับมาช่วย บาเยิร์น มิวนิค ไล่ล่าชัยชนะและคว้าแชมป์ร่วมกับทีม พร้อมขอความเข้าใจจากแฟนบอลในการรักษาความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับประเด็นด้านสุขภาพ โดยให้เป็นเรื่องของครอบครัว สโมสร และทีมแพทย์ผู้ดูแลเท่านั้น

แฟนบอลลูกหนังเมืองเบียร์ สามารถรับชมการแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีกา 2026/27 รับฟังเสียงพากย์ภาษาไทยครบทั้ง 360 แมตช์ และบุนเดสลีกา 2 ตลอดทั้งฤดูกาล พร้อมไฮไลต์และรีรันจัดเต็มที่ AIS PLAY เพียงสมัครแพ็กเกจ PLAY ALL และรับชมกีฬาระดับโลกอื่นๆ ครบจบในแพ็กเดียว

อาร์เตต้า ปลื้ม อาร์เซน่อล เล่นดุดันดับซ่าแมนซิตี้ 3-0

มิเกล อาร์เตต้า กุนซืออาร์เซน่อล เผยตั้งใจวางแผนเปิดเกมรุกเต็มที่ก่อนถล่ม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-0 คว้าแชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ พร้อมชมลูกทีมทำตามแผนได้อย่างที่ต้อมการ และปลื้มฟอร์ม คริสตอส โซลิส ที่ปรับตัวได้เร็วจนโชว์ฟอร์มสุดยอดเยี่ยมในแมตช์นี้

มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ยอมรับตนกระตุ้นลูกทีมให้เปิดเกมรุกเต็บสูบใส่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในแมตช์ถลุงทัพ “เรือใบสีฟ้า” 3-0 คว้าโล่การกุศล คอมมิวนิตี้ ชิลด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา

ทัพ “ปืนใหญ่” ในฐานะแชมป์ลีกเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา ทำผลงานได้อย่างดุดันในแมตช์ที่บดขยี้แชมป์เอฟเอ คัพ พร้อมกับคว้าชัยชนะไปได้อย่างสวยหรู ซึ่งถือเป็นการเอาฤกษ์เอาชัยก่อนศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2026/27 จะเปิดฉาก

อาร์เตต้า กล่าวว่า “ผมมีความสุขมาก มีความสุขจริง ๆ กับฟอร์มการเล่น ความมุ่งมั่นที่เราแสดงออกมา และวิธีที่เราสู้ในเกมนี้ มันเป็นบททดสอบที่ดีสำหรับเรา เพื่อดูว่าเราอยู่ในจุดไหน และการเอาชนะคู่แข่งด้วยรูปแบบที่เราทำได้ในเกมนี้ ผมคิดว่านักเตะทุกคนสมควรได้รับเครดิต”

"เราต้องการเปิดเกมรุกใส่คู่แข่ง เราพูดถึงเรื่องนี้กันตั้งแต่เมื่อวาน เราเตรียมแผนบางอย่างที่ต้องการทำให้สำเร็จในเกม และการทำตามแผนของนักเตะนั้นยอดเยี่ยมมาก สิ่งที่ผมชอบมากคือ เรายังมีบางอย่างที่ทำพลาด เพราะเรายังห่างไกลจากคำว่าสมบูรณ์แบบในบางจุด"

“นักเตะบางคนเพิ่งเข้ามาใหม่ และยังจับจังหวะได้ไม่ลงตัว แต่การที่เราช่วยกันวิ่งกลับไปเล่นเกมรับ หรือการที่เราเข้าไปจัดการกับสถานการณ์ต่าง ๆ มันเป็นเรื่องที่น่าดูมากจริง ๆ”

นอกจากนี้ กุนซือชาวสแปนิช ยังกล่าวชื่นชมฟอร์มการเล่นของ คริสตอส โซลิส ปีกทีมชาติกรีซ ที่เพิ่งดึงตัวมาจาก คลับ บรูช ช่วงซัมเมอร์นี้ และจัดสองแอสซิสต์ในแมตช์ดังกล่าว "ผมคิดว่าสิ่งที่น่าประทับใจคือ เขาปรับตัวเข้ากับทีมได้อย่างเป็นธรรมชาติ"

"เขาเป็นนักเตะที่สามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง ในขณะที่หลายคนอาจรีบร้อนและตัดสินใจผิดพลาด เขาฉลาดมากและมีความแม่นยำ วันนี้ในพื้นที่แคบๆ เขาตัดสินใจได้ถูกต้องถึงสองครั้ง และนำไปสู่การได้สองประตู"

“เขามีนักเตะฝีเท้าดีรายล้อมอยู่รอบตัวมากขึ้น หากคุณสร้างสถานการณ์แบบนี้ให้เขาได้บ่อยๆ ตัวเลขผลงานของเขาก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ผมประทับใจในตัวเขามากจริง ๆ” อาร์เตต้า กล่าวทิ้งท้าย

โรนัลโด้เปรยซีซั่นสุดท้าย! เตรียมแขวนสตั๊ดหลังจบฤดูกาล

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สตาร์ลูกหนังชาวโปรตุเกส ของ อัล นาสเซอร์ เปิดใจอาจเป็นฤดูกาลสุดท้ายในอาชีพค้าแข้ง พร้อมเผยแผนชีวิตหลังแขวนสตั๊ดจะใช้เวลาอยู่กับครอบครัว ท่องเที่ยว และทำในสิ่งที่อยากทำให้เต็มที่

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ของ อัล นาสเซอร์ สโมสรในศึกซาอุดี โปร ลีก ประเทศซาอุดีอาระเบีย เปิดเผยอย่างชัดเจนเกี่ยวกับแผนการแขวนสตั๊ดโดยฤดูกาลนี้ อาจเป็นซีซั่นสุดท้าย

“ซีอาร์ เซเว่น” ซึ่งมีสัญญากับ อัล นาสเซอร์ จนถึงเดือนมิถุนายน 2027 เคยยอมรับก่อนหน้านี้ว่า ช่วงเวลาการอำลาสนามของเขากำลังใกล้เข้ามา แต่เจ้าตัวยังไม่เคยกำหนดกรอบเวลาที่แน่นอนสำหรับการยุติเส้นทางค้าแข้งของตัวเองแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด โรนัลโด้ ให้สัมภาษณ์กับ “โว้ก” นิตยสารชื่อดังเมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมาว่านี่อาจะเป็นปีสุดท้ายในวงการลูกหนังของเขา และจากไปพร้อมกับสร้างจำนานที่ยิ่งใหญ่และน่าจดจำ เอาไว้”

โรนัลโด้ ซึ่งยืนยันชัดเจนว่าฟุตบอลโลก 2026 เป็นการแข่งขันเวิลด์ คัพ ครั้งสุดท้ายของเขา กล่าวว่าหลังจากแขวนสตั๊ดจะใช้เวลาอยู่กับครอบครัวให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ "นี่น่าจะเป็นปีสุดท้ายของผมในวงการฟุตบอล และผมต้องการจากไปพร้อมกับสร้างตำนานที่ยิ่งใหญ่และน่าจดจำเอาไว้"

"ผมวางแผนอนาคตของตัวเองเอาไว้หมดแล้ว ผมมีหลายอย่างที่สามารถทำให้ตัวเองยุ่งและมีความสุขได้ ดังนั้นถ้าจะให้บอกเพียงอย่างเดียวก็คงเป็นเรื่องยาก เพราะเมื่อฟุตบอลหายไป มันอาจทิ้งช่องว่างขนาดใหญ่เอาไว้ในชีวิต คุณจึงต้องเติมเต็มเวลาของตัวเองด้วยหลายๆ อย่างไม่ใช่เพียงเรื่องเดียว"

"ผมอยากสนุกกับชีวิตให้มากขึ้น เดินทางให้มากขึ้น ดูและเล่นพาเดลซึ่งเป็นกีฬาที่ผมชื่นชอบ และใช้เวลาเพลิดเพลินไปกับสิ่งที่ผมหามาได้ รวมถึงสิ่งที่พวกเราสร้างร่วมกันมา เพราะท้ายที่สุดแล้ว มันคือช่วงเวลา 25 ปีที่เต็มไปด้วยการเสียสละมากมาย"

ทั้งนี้ ดาวเตะเจ้าของรางวัล บัลลงดอร์ 5 สมัย เริ่มต้นเส้นทางอาชีพค้าแข้งเมื่อ 24 ปีก่อนกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในประเทศโปรตุเกส ก่อนย้ายไปเล่นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นเวลา 6 ปี จากนั้นใช้เวลา 9 ฤดูกาลกับ เรอัล มาดริด ซึ่งเขาระเบิดผลงานยิงไปถึง 450 ประตูจาก 438 นัด กลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาล "ราชันชุดชาว"

หลังจากนั้น โรนัลโด้ ย้ายไปเล่นให้ ยูเวนตุส 3 ฤดูกาล ก่อนกลับมาค้าแข้งกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อีกครั้ง และย้ายไปเล่นให้กับ อัล นาสเซอร์ สโมสรในศึกซาอุดี โปร ลีก เมื่อเดือนมกราคม 2023 จนถึงปัจจุบัน

อินเตอร์ มิลาน เปิดตัว เฌด สเปนซ์ จาก สเปอร์ส เซ็นยาว 5 ปี

อินเตอร์ มิลาน ประกาศคว้า เฌด สเปนซ์ ฟูลแบ็กทีมชาติอังกฤษจาก สเปอร์ส เรียบร้อยแล้ว ด้วยค่าตัวรวม 35 ล้านยูโร พร้อมเซ็นสัญญายาวถึงปี 2031 ด้านนักเตะโพสต์ข้อความสุดซึ้งส่งไปยังต้นสังกัดเก่า

อินเตอร์ มิลาน ยักษ์ใหญ่แห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ประกาศคว้าตัว เฌด สเปนซ์ ฟูลแบ็กตัวเก่ง จาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาร่วมทัพเรียบร้อยแล้ว ด้วยค่าตัวรวม 35 ล้านยูโร (ราว 1,365 ล้านบาท) โดยนักเตะเซ็นสัญญายาว 5 ปีหรือจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2031

ดาวเตะวัย 26 ปี ซึ่งทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกับทีมชาติอังกฤษ ในศึกฟุตบอลโลก 2026 เป็นที่หมายปองของทัพ "งูใหญ่" มาตลอดในช่วงซัมเมอร์นี้ เนื่องจากพวกเขาอยากได้ตัวเพื่อมาแทนที่ เดนเซล ดุมฟรีส์ ซึ่งย้ายไปเล่นให้กับ เรอัล มาดริด 

สเปนซ์ โพสต์ข้อความอำลา สเปอร์ส ผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า “บทพิเศษบทหนึ่งเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว มันเป็นการเดินทางที่ยาวนาน เต็มไปด้วยความทรงจำ ช่วงเวลา และประสบการณ์มากมายที่ผมจะเก็บไว้ในใจตลอดไป โดยเฉพาะค่ำคืนที่บิลเบา (ชิงยูฟ่า ยูโรปา ลีก 2025)”

"ขอบคุณทีมงานทุกคนที่คอยช่วยเหลือผมตลอดเส้นทาง ขอบคุณเพื่อนร่วมทีมที่กลายเป็นเหมือนครอบครัว และที่สำคัญที่สุด ขอบคุณแฟนบอลทุกคน ถึงเวลาแล้วสำหรับบทใหม่ของชีวิต แต่ สเปอร์ส จะมีสถานที่อยู่ในหัวใจของผมเสมอ" สเปนซ์ ระบุ

อโมริม ยืนยันไร้ความรู้สึกพิเศษ หลังมิลานทุบแมนยู 4-2

รูเบน อโมริม เฮดโค้ชเอซี มิลาน ยืนยันตนไม่รู้สึกพิเศษอะไรเลย หลังนำ “รอสโซเนรี่” ชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-2 แถมมองว่าก็แค่เกมๆ หนึ่งเท่านั้น พร้อมเผยยังรักต้นสังกัดเก่าแต่มีความสุขกับทีมใหม่

รูเบน อโมริม เทรนเนอร์เอซี มิลาน เผยตนไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษหลังนำทัพ “ปีศาจแดงดำ” ทุบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้นสังกัดเก่า 4-2 ในเกมอุ่นเครื่องปรีซีซั่น เมื่อวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา

มิลาน ยุคใหม่ภายใต้การกุมบังเหียนของ อโมริม ทำผลงานไม่ค่อยน่าอภิรมณ์ในช่วงอุ่นเครื่องปรีซีซั่น โดย 4 เกมก่อนหน้านี้พวกเขาสะกดคำว่าชนะไม่เป็นเลย แต่ในแมตช์ล่าสุด กุนซือชาวโปรตุกีส นำ "รอสโซเนรี่" ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมไล่อัด "ปีศาจแดง" จนอยู่หมัด

อโมริม ซึ่งเคยกุมบังเหียน แมนฯ ยูไนเต็ด ประมาณ 14 เดือนก่อนโดนปลดเมื่อช่วงต้นมกราคมปี 2026 ยอมรับชัยชนะเหนือต้นสังกัดเก่าไม่ได้ทำให้ตนรู้สึกพิเศษอะไรมากนัก “ไม่เลย สำหรับผมมันก็แค่เกมปกติทั่วไป”

"นับตั้งแต่ที่ผมเซ็นสัญญากับ เอซี มิลาน ผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแล้ว ผมภูมิใจที่เคยอยู่กับแมนฯ ยูไนเต็ด และยังรักสโมสรแห่งนี้เสมอ แต่หลังจากเซ็นสัญญากับมิลานแล้ว ผมไม่ได้รู้สึกในแง่ลบกับอะไรเลย เพราะผมมีความสุขมาก ผมอยู่ในจุดที่ต้องการอยู่แล้ว และสิ่งที่ผมต้องการคือการอยู่ที่นี่ต่อไป"

“แน่นอนว่าการได้กลับมาเจอกับพวกเขาอีกครั้งเป็นเรื่องพิเศษ แต่ผมต้องการคว้าชัยชนะให้ได้สักเกมในช่วงปรีซีซั่น เพื่อให้เราแสดงผลงานออกมาได้ดี ก่อนเข้าสู่ฤดูกาลลีก ทำให้แฟนบอลของเราประทับใจ และทำให้พวกเขาพร้อมสนับสนุนเราในเกมแรกของฤดูกาล” อโมริม กล่าว

อโมริม ปฏิวัติเอซี มิลาน ขึ้นบัญชีโละ 7 แข้งพ้นทีม

รูเบน อโมริม เตรียมยกเครื่อง เอซี มิลาน หลังขึ้นบัญชี 7 นักเตะดังเป็นส่วนเกิน ทั้ง เลเอา, โตโมรี่ และเอ็นคุนคู หวังปรับทีมรับระบบเครื่องหมายการค้า 3-4-2-1

เอซี มิลาน ภายใต้การคุมทีมของ รูเบน อโมริม เตรียมเดินหน้าปรับโฉมขุมกำลังครั้งใหญ่ หลังกุนซือคนใหม่ชาวโปรตุกีสตัดสินใจขึ้นบัญชี 7 นักเตะชื่อดังสำหรับการย้ายทีม ภายหลังผลงานปรีซีซั่นไม่น่าประทับใจ ล่าสุดแพ้ เชลซี แบบหมดสภาพ 0-3

รายงานระบุว่า อโมริม ได้ตัดสินใจเรื่องดังกล่าวระหว่างการประชุมทีมร่วมกับ เจอร์รี่ คาร์ดินาเล่ เจ้าของสโมสร โดยเป้าหมายสำคัญคือการลดขนาดขุมกำลังที่มีจำนวนมากเกินไป และปรับทีมให้เหมาะสมกับระบบ 3-4-2-1 ที่กุนซือชาวโปรตุเกสต้องการใช้

การตัดสินใจดังกล่าวสะท้อนแนวทางสร้างทีมใหม่ของอโมริมอย่างชัดเจน โดยนักเตะทั้ง 7 รายยังถูกตัดออกจากทีมชุดเดินทางไปทำศึกเกมอุ่นเครื่องกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้นสังกัดเก่าที่ อโมริม เพิ่งแยกทางไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

จากรายงานของ เดอะ ซัน และ ฟุตบอล อิตาเลีย นักเตะที่ มิลานพร้อมพิจารณาปล่อยออกจากทีม ประกอบด้วย

คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู — กองหน้าชื่อดังที่ย้ายมาจากเชลซีด้วยค่าตัว 37 ล้านยูโรเมื่อช่วงซัมเมอร์ปีก่อน แต่ยังไม่สามารถโน้มน้าวให้อโมริมเห็นถึงความเหมาะสมกับทีมได้

ราฟาเอล เลเอา — ปีกตัวความหวังดีกรีทีมชาติโปรตุเกส มีโอกาสย้ายทีมทันทีหากมีข้อเสนอที่เหมาะสมเข้ามา

ฟิกาโย่ โทโมรี่ — กองหลังตัวหลักที่อยู่กับทีมมานาน แต่ปัจจุบันหล่นไปอยู่ลำดับรองในแผนการเลือกแนวรับ

ยุสซูฟ โฟฟาน่า — กองกลางที่ถูกมองว่าไม่อยู่ในแผนการทำทีมอีกต่อไป

ซานติอาโก้ คิเมเนซ — กองหน้าเม็กซิกันเสียตำแหน่งหลังสโมสรเซ็นสัญญาคว้า กอนซาโล่ รามอส เข้ามา

เปร์วิส เอสตูปินญาน — วิงแบ็กที่ไม่เข้ากับแนวทางแท็กติกที่ อโมริม วางไว้สำหรับอนาคต

เดวิด โอโดกู — กองหลังดาวรุ่งที่คาดว่าจะย้ายออก หลังไม่มีชื่อในทีมชุดล่าสุดหลายเกม

การโละขุมกำลังครั้งนี้มีเป้าหมายชัดเจนในการลดภาระค่าเหนื่อย และเพิ่มงบประมาณสำหรับตลาดซื้อขาย เพื่อให้ทีม “รอสโซเนรี่” สามารถเดินหน้าคว้านักเตะใหม่เข้ามาเสริมอย่างน้อย 3 รายในตำแหน่งแนวรับและแดนกลาง ก่อนที่ฤดูกาล เซเรีย อา จะเปิดฉากขึ้น

เอ็นโซ่ยังลุ้นย้ายซบแมนซิตี้ แม้เส้นตายเชลซีหมดแล้ว

เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ กองกลางชาวอาร์เจนไตน์ ยังไม่หมดหวังย้ายร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังเอเจนต์ยังเดินหน้าติดต่อทัพ “เรือใบสีฟ้า” แม้เส้นตายที่ เชลซี กำหนดจะผ่านพ้นไปแล้ว

เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ กองกลางทีมชาติอาร์เจนติน่า ยังไม่หมดหวังที่จะย้ายไปเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังทีมเอเจนต์ส่วนตัวยังคงติดต่อกับทัพ “เรือใบสีฟ้า” แม้เส้นตายที่ เชลซี กำหนดจะหมดลงแล้วก็ตาม

เชลซี ยืนกรานค่าตัวของมิดฟิลด์วัย 25 ปีไว้ที่ 120 ล้านปอนด์ (ราว 5,362 ล้านบาท) พร้อมเงื่อนไขแบบ "รับข้อเสนอหรือยุติการเจรจา" โดยหาก แมนฯ ซิตี้ ไม่สามารถยื่นข้อเสนอภายในวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคมนี้ เวลา 17.00 น. ตามเวลาประเทศอังกฤษ "สิงห์บลูส์" จะปิดประตูการย้ายทีมอย่างถาวร

สำหรับตอนนี้เลยเวลาที่ทัพ “สิงโตน้ำเงินคราม” กำหนดเอาไว้แล้ว นั่นหมายความว่า เฟร์นานเดซ จะต้องเป็นส่วนหนึ่งของทีมภายใต้การคุมทัพของกุนซือชาบี อลอนโซ่ ในฤดูกาล 2026/27

อย่างไรก็ตาม ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวคนดังชาวอิตาเลียน เปิดเผยเป็นนัยว่า แมนฯ ซิตี้ ยังมีโอกาสเดินหน้าคว้าตัว เฟร์นานเดซ ในช่วงเวลาที่เหลือของตลาดซื้อขายนักเตะ เนื่องจากเอเจนต์ของนักเตะพยายามที่จะพาลูกค้าของเขาย้ายไปสู่ถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม ให้ได้

ทั้งนี้หาก แมนฯ ซิตี้ อยากได้ เฟร์นานเดซ ไปร่วมทัพจริง พวกเขาจำเป็นต้องยื่นข้อเสนอมากกว่า 120 ล้านปอนด์ เพื่อโน้มน้าวให้ เชลซี ใจอ่อนยอมปล่อย ดาวเตะทีมชาติอาร์เจนตินา ย้ายไปสวมเครื่องแบบ “เรือใบสีฟ้า” ช่วงซัมเมอร์นี้

ตีเลอมันส์ ขอโทษวิลล่า หลังยกแมนยูยิ่งใหญ่กว่า

ผิดไปแล้ว! ยูริ ตีเลอมันส์ กองกลางแมนฯ ยูไนเต็ด ออกโรงขอโทษ แอสตัน วิลล่า หลังให้สัมภาษณ์เปรียบ “ผีแดง” เป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่กว่าพวกเขา พร้อมรับปากจะระวังคำพูด

ยูริ ตีเลอมันส์ กองกลาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงขอโทษ แอสตัน วิลล่า กรณีที่ให้สัมภาษณ์ว่า “ปีศาจแดง” เป็นทีมที่ยิ่งใหญ่กว่าพวกเขา พร้อมยืนยันต่อจากนี้ไปจะระมัดระวังคำพูดให้มากกว่านี้

สตาร์กัปตันทีมชาติเบลเยียม วัย 29 ปี ย้ายจาก วิลล่า ไปเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หลังทีมของกุนซือไมเคิ่ล คาร์ริค ยอมควักกระเป๋าจ่ายค่าฉีกสัญญานักเตะจำนวน 35 ล้านปอนด์ (ราว 1,540 ล้านบาท)

การย้ายทีมในครั้งนี้ไม่ได้มีประเด็นดราม่าอะไรเลย จนกระทั่ง ตีเลอมันส์ ซึ่งเคยเล่นให้ เลสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงระหว่างปี 2019-2023 ให้สัมภาษณ์ในช่วงปรีซีซั่นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ว่า “เร้ดส์ เดวิลส์” เป็นสโมสรที่เหนือกว่า แอสตัน วิลล่า

จากคำพูดดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับแฟนบอลวิลล่า อย่างมาก และเป็นเหตุผลที่ ตีเลอมันส์ ต้องออกแถลงการณ์ผ่านแพลตฟอร์มอินสตาแกรมเพื่อขอโทษประเด็นดังกล่าว พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าต่อไปจะคิดก่อนพูด