คล็อปป์ พอใจ เยอรมนี เปิดตัวเจ๊า เนเธอร์แลนด์ เชื่อยังเล่นได้ดีกว่านี้

เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ทีมชาติเยอรมนี พอใจฟอร์มลูกทีมหลังบุกเสมอ เนเธอร์แลนด์ 1-1 เกมเปิดศึกเนชั่นส์ ลีก พร้อมชื่นชมความมุ่งมั่นนักเตะ “อินทรีเหล็ก” แม้ยอมรับยังเล่นดีได้กว่านี้

เจอร์เก้น คล็อปป์ เทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมนี มองโลกในแง่บวกหลังทัพ “อินทรีเหล็ก” บุกเสมอ เนเธอร์แลนด์ 1-1 ที่สนาม โยฮัน ครัฟฟ์ อารีน่า ศึกฟุตบอล ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เอ ฤดูกาล 2026/27 กลุ่ม 2 นัดเปิดสนาม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา

“บอส” รับหน้าที่คุม เยอรมนี เป็นเกมแรกอย่างเป็นทางการ โดยลูกทีมของเขาเกือบจะคว้าชัยชนะได้อยู่แล้ว หลังรักษาสกอร์นำ 1-0 เอาไว้จนเข้าสู่ช่วงทดเจ็บ ก่อนจะมาโดนทีเด็ดของ โกดี้ คักโป ซัดตีเสมอ 1-1 แบ่งกันไปทีมละ 1 คะแนน โดยทัพ “อินทรีเหล็ก” รั้งอันดับ 2 ของกลุ่ม ขณะที่ “อัศวินสีส้ม” อยู่อันดับ 3

คล็อปป์ เปิดใจว่า “มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำได้ดี เราออกสตาร์ตเกมได้ยอดเยี่ยม ก่อนที่จะเจอช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างแท้จริงประมาณ 10 นาที เมื่อรูปแบบการเล่นยังไม่ได้ฝังอยู่ในทีมอย่างสมบูรณ์ คุณก็ต้องสู้กันต่อไป”

“ผมพอใจกับผลงานของนักเตะหลายคนเป็นอย่างมาก รวมถึงความมุ่งมั่นของพวกเขาด้วย แต่ แน่นอนที่สุดเราสามารถเล่นฟุตบอลได้ดีกว่านี้” อดีตกุนซือ ลิเวอร์พูล และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ระบุ

ปลด “คาร์ริค” ไม่ง่าย! แมนยู อาจเจอภาระเงินก้อนโต

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจต้องเจอค่าใช้จ่ายก้อนโตอีกครั้ง หากตัดสินใจปลด ไมเคิ่ล คาร์ริค หลังผลงานออกสตาร์ตฤดูกาล 2026/27 ไม่เป็นไปตามเป้า ขณะที่ค่าชดเชย รูเบน อโมริม จบที่ 8.2 ล้านปอนด์

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจต้องเผชิญกับภาระทางการเงินก้อนใหญ่อีกครั้ง หากตัดสินใจยุติบทบาทของ ไมเคิ่ล คาร์ริค หลังผลงานช่วงออกสตาร์ตฤดูกาล 2026/27 ยังไม่เป็นไปตามที่สโมสรคาดหวัง

คาร์ริค เคยรับหน้าที่กุนซือขัดตาทัพของ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ก่อนพาทีมคว้าตั๋วกลับไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ พร้อมได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกุนซือถาวรต่อจาก รูเบน อโมริม ที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งในเดือนมกราคม

อย่างไรก็ตาม การที่ ปีศาจแดง ตัดสินใจแยกทางกับ อโมริม ก็มีค่าใช้จ่ายไม่น้อย โดยผลประกอบการล่าสุดของสโมสรเปิดเผยว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จ่ายเงินให้ อโมริม และทีมงานรวมทั้งสิ้น 8.2 ล้านปอนด์

เดิมที อโมริม ยังเหลือสัญญากับสโมสรอีก 18 เดือน และหากเขาไม่ได้รับงานใหม่กับ เอซี มิลาน อย่างรวดเร็ว แมนฯ ยูไนเต็ด อาจต้องจ่ายค่าชดเชยสูงถึง 16.7 ล้านปอนด์ เพื่อรับผิดชอบค่าเหนื่อยที่เหลือตามสัญญา

ซึ่งตอนนี้สถานการณ์ของ คาร์ริค กำลังถูกจับตามอง หลัง แมนฯ ยูไนเต็ด ออกสตาร์ตฤดูกาล 2026/27 ได้อย่างน่าผิดหวัง

กุนซือวัย 45 ปี เซ็นสัญญา 2 ปีเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา พร้อมรับค่าเหนื่อยที่มีการรายงานว่าอยู่ที่ประมาณ 6.5 ล้านปอนด์ต่อปี ทำให้เขาเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ได้รับค่าจ้างสูงสุดของพรีเมียร์ลีก

หาก แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจปลด คาร์ริค หลังผ่านสัญญาไปเพียงประมาณ 3 เดือน สโมสรย่อมต้องพิจารณารายละเอียดในสัญญาและเงื่อนไขค่าชดเชย ซึ่งตัวเลขที่แท้จริงยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ

นอกจากนี้ สัญญาของ คาร์ริค ยังมีออปชั่นขยายออกไปจนถึงช่วงซัมเมอร์ปี 2029 ซึ่งอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับต้นทุน หากมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งกุนซือ

ดังนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ต้องชั่งน้ำหนักเรื่องผลงานในสนามกับต้นทุนทางการเงิน หากต้องตัดสินใจเปลี่ยนกุนซืออีกครั้ง

คริสเตียน เอริคเซ่น แยกทางโวล์ฟสบวร์ก! กลับบ้านเกิดฟื้นฟูร่างกาย

คริสเตียน เอริคเซ่น และโวล์ฟสบวร์กตกลงยกเลิกสัญญาทันที หลังมิดฟิลด์เดนมาร์กวัย 34 ปีขอแยกทาง เพื่อกลับบ้านเกิดและมุ่งฟื้นฟูร่างกาย

คริสเตียน เอริคเซ่น และสโมสร เฟาเอฟแอล โวล์ฟสบวร์ก ตกลงร่วมกันยกเลิกสัญญาโดยมีผลทันที เมื่อวันพุธที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา หลังจากมิดฟิลด์ทีมชาติเดนมาร์กผ่านช่วงเวลาของการประเมินทางการแพทย์ ภายหลังเกิดเหตุล้มหมดสติในสนามเป็นครั้งที่ 2 ของอาชีพ ระหว่างเกมอุ่นเครื่องทีมชาติพบ ยูเครน เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

เดิมทีสัญญาของ เอริคเซ่น กับ โวล์ฟสบวร์ก จะมีผลจนถึงเดือนมิถุนายน 2027 แต่เจ้าตัวเป็นฝ่ายขอยุติสัญญาก่อนกำหนด เนื่องจากต้องการกลับไปใช้ชีวิตในบ้านเกิด เพื่ออยู่ใกล้ชิดครอบครัวและเดินหน้ากระบวนการฟื้นฟูร่างกายในระยะยาว

ตลอดช่วงเวลาหนึ่งฤดูกาลกับ โวล์ฟสบวร์ก เอริคเซ่น ลงสนามรวม 34 นัดในทุกรายการ ทำได้ 3 ประตู และ 10 แอสซิสต์ อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถช่วยทีมรอดพ้นจากการตกชั้นไปเล่นใน บุนเดสลีกา 2 ได้

ดีเตอร์ เฮคคิง กรรมการผู้จัดการฝ่ายกีฬาของ โวล์ฟสบวร์ก กล่าวในแถลงการณ์ของสโมสรว่า การตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตเป็นสิทธิ์ของ เอริคเซ่น โดยสโมสรชื่นชมความเป็นมืออาชีพและบุคลิกที่ติดดินของนักเตะตลอดช่วงเวลาที่ร่วมงานกัน

ขณะเดียวกัน เอริคเซ่น ที่เคยค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, เบรนท์ฟอร์ด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่ได้ยืนยันว่าจะตัดสินใจแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการหรือไม่ โดยเวลานี้สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเจ้าตัวยังคงเป็นเรื่องสุขภาพ การฟื้นฟูร่างกาย และการได้อยู่กับครอบครัวที่เดนมาร์ก

มาเน่ ลุยธุรกิจเกษตรเปิดโรงงานแปรรูปมะม่วงสร้างงานคนในชาติ

ซาดิโอ มาเน่ ตำนานดาวยิงทีมชาติเซเนกัล ลุยงานด้านเกษตรกรรมโดยเปิดโครงการแปรรูปมะม่วงมูลค่า 693.6 ล้านบาทในประเทศบ้านเกิด รองรับผลผลิต 8,500 ตันต่อปี พร้อมสร้างงานและพัฒนาภาคเกษตร

ซาดิโอ มาเน่ ดาวเตะทีมชาติเซเนกัล เดินหน้าลงทุนในภาคการเกษตรอีกขั้น ด้วยการเปิดตัวโครงการแปรรูปมะม่วงมูลค่า 11.7 พันล้านฟรังก์เซฟา หรือราว 20.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 693.6 ล้านบาท) ในบ้านเกิดที่เมืองบัมบาลี

อดีตกองหน้าของ ลิเวอร์พูล ซึ่งปัจจุบันค้าแข้งกับ อัล นาสเซอร์ ทีมในศึกซาอุดี โปร ลีก ประเทศซาอุดีอาระเบีย ก่อตั้งธุรกิจการเกษตรชื่อ “SM10 Agro” ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ในภูมิภาค เซดิอู ห่างจากกรุงดาการ์ เมืองหลวงของเซเนกัล ประมาณ 250 ไมล์ (ราว 402 กิโลเมตร)

สำหรับจุดเริ่มต้นของโครงการนี้ เกิดจากปัญหาผลผลิตมะม่วงในท้องถิ่นต้องเน่าเสียทิ้งไปถึง 30-40% ในแต่ละปี เพราะขาดระบบจัดเก็บและการแปรรูปที่ได้มาตรฐาน โดยการลงทุนดังกล่าวตั้งอยู่ในแคว้นคาซาม็องซ์ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการผลิตมะม่วงของประเทศ โดยที่ผ่านมาเกษตรกรในพื้นที่ต้องเผชิญกับปัญหาจากโครงสร้างพื้นฐานด้านการแปรรูปที่ยังไม่เพียงพอ

โรงงานอุตสาหกรรมเกษตรแห่งนี้ถูกออกแบบให้สามารถแปรรูปมะม่วงได้ประมาณ 8,500 ตันต่อปี โดยผลิตภัณฑ์ที่คาดว่าจะออกมาประกอบด้วย เนื้อมะม่วงบด มะม่วงอบแห้ง และเนยมะม่วง ขณะเดียวกัน โครงการยังมีพื้นที่เพาะปลูกมะม่วงพันธุ์เคนต์ขนาด 500 เฮกตาร์ (ราว 3,125 ไร่)

ตำนานดาวเตะลิเวอร์พูล เปิดใจเกี่ยวกับโครงการนี้ว่า “ผมไม่อยากให้ผู้คนจดจำผมเพียงแค่จากประตูที่ผมยิงได้ ก่อนที่จะมีสนามฟุตบอล แสงไฟ และชัยชนะ แน่นอนว่า บัมบาลี คือจุดเริ่มต้น ทุกความฝันของผมเริ่มต้นขึ้นที่นี่ เราต้องการช่วยสร้างงานและพัฒนาภาคการเกษตร”

"ผมต้องการให้ความมั่งคั่งจากผืนดินของเรายังคงอยู่ที่นี่กับพวกเราในเซเนกัล โครงการนี้จะสร้างงานให้กับผู้คนในพื้นที่ 1,000 คนตั้งแต่เริ่มต้น จะมีการจัดตั้งโรงงานแปรรูปที่ บัมบาลี และหนึ่งในนั้นจะเชี่ยวชาญด้านการผลิต เนยมะม่วง"

"นอกจากนี้ยังจะมีพื้นที่เพาะปลูกมะม่วงขนาด 500 เฮกตาร์ รวมถึงการจัดตั้งวิทยาลัยด้านการเกษตร ผมต้องการให้คนหนุ่มสาวและผู้หญิงในภูมิภาคของผมมีโอกาสที่แท้จริงในการเข้าถึงการศึกษา ขณะเดียวกัน บริการขนส่งและจัดส่งสินค้าของโครงการนี้ก็จะช่วยสร้างงานเพิ่มเติมทางอ้อมอีกด้วย" มาเน่ ระบุ

โครงการนี้อาจช่วยให้เกษตรกรใช้ประโยชน์จากมะม่วงที่ไม่ผ่านข้อกำหนดการส่งออกของสหภาพยุโรป หรือ “อียู” (EU) ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรฐานด้านสุขอนามัยพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แทนที่จะต้องถูกทิ้ง มะม่วงเหล่านี้อาจสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทต่าง ๆ ได้

การลงทุนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ภาคอุตสาหกรรมมะม่วงของเซเนกัลกำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง หลังเผชิญปัญหาด้านการส่งออกที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของ แมลงวันผลไม้ การยกระดับมาตรการด้านสุขอนามัยพืชช่วยให้การส่งออกมะม่วงไปยังยุโรปเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินโครงการแปรรูปแห่งใหม่นี้มากขึ้น

แมนยู งานเข้า! เร่งรั้ง เจเจ กาเบรียล ก่อนเส้นตาย 14 วัน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจอศึกหนักต้องเร่งโน้มน้าว เจเจ กาเบรียล ดาวรุ่งวัย 15 ปีให้อยู่กับทีมต่อ หลังเจ้าตัวขอย้ายออกและได้รับความสนใจจาก เรอัล มาดริด, บาร์เซโลน่า และ เปแอสเช

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเจอภารกิจสำคัญในการรั้งตัว เจเจ กาเบรียล ดาวรุ่งวัย 15 ปี หลังเจ้าตัวแจ้งความประสงค์ต้องการอำลาสโมสร และเวลาของ “ปีศาจแดง” ในการโน้มน้าวให้เปลี่ยนใจก็กำลังเหลือน้อยลงทุกที

กาเบรียล หรือชื่อเต็ม โจเซฟ จูเนียร์ อันเดรอู กาเบรียล ตกเป็นเป้าหมายของบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรป โดยมีทั้ง เรอัล มาดริด, บาร์เซโลน่า และ เปแอสเช ที่ให้ความสนใจ ขณะที่ บาเยิร์น มิวนิค ก็ยังติดตามสถานการณ์ของดาวรุ่งรายนี้เช่นกัน

ก่อนหน้านี้ กาเบรียล แจ้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงความต้องการย้ายทีม โดยขอให้สโมสรยกเลิกการลงทะเบียนนักเตะของเขา อย่างไรก็ตาม ปีศาจแดง ปฏิเสธคำขอดังกล่าวในเบื้องต้น

ตามรายงานจาก เดลี่เมล์ ระบุว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มีเวลาประมาณ 14 วัน ในการพยายามโน้มน้าวให้ กาเบรียล เปลี่ยนใจอยู่กับสโมสรต่อ เหตุผลสำคัญคือวันที่ 6 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันเกิดครบรอบ 16 ปีของเจ้าตัว

เมื่ออายุครบ 16 ปี กาเบรียลจะสามารถเซ็นสัญญากับเอเยนต์ได้ รวมถึงมีโอกาสย้ายไปร่วมสโมสรในสหภาพยุโรปผ่าน พาสปอร์ตไอร์แลนด์ ของเขา

ปัจจุบันตัวนักเตะและตัวแทนได้มีการพูดคุยกับ บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด แล้ว ขณะที่ เปแอสเช และ บาเยิร์น มิวนิค ก็ยังให้ความสนใจในตัวเขาเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงหวังว่าจะสามารถเกลี้ยกล่อมให้ กาเบรียลเปลี่ยนใจ และเดินหน้าต่อกับสโมสร

ตามกฎพรีเมียร์ลีก หากต้องการยกเลิกการลงทะเบียนนักเตะเยาวชน จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจาก สโมสร นักเตะ และผู้ปกครองหรือผู้ดูแล

หากทุกฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ บุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถยื่นเรื่องให้ พรีเมียร์ลีก พิจารณาและมีคำตัดสินที่มีผลผูกพันได้

นั่นทำให้สถานการณ์ของกาเบรียลอาจกลายเป็นประเด็นทางกฎหมายด้านการลงทะเบียน หาก แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงปฏิเสธการยกเลิกสัญญาและการย้ายทีม

อีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเร่งแก้ไขสถานการณ์คือเรื่อง ค่าชดเชยในการปล่อยตัวนักเตะ

รายงานระบุว่า หาก กาเบรียล ย้ายไปอยู่กับสโมสร พรีเมียร์ลีก คู่แข่ง แมนฯ ยูไนเต็ด อาจได้รับค่าชดเชยเพียงประมาณ 300,000 ปอนด์ หรือราว 13 ล้านบาท โดยตัวเลขดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับกระบวนการพิจารณา

สถานการณ์จึงกลายเป็นการแข่งขันกับเวลา เพราะก่อนถึงวันที่ 6 ตุลาคม สโมสรต้องพยายามหาทางรักษาดาวรุ่งวัย 15 ปีรายนี้เอาไว้ให้ได้ ก่อนที่เงื่อนไขด้านอายุและสถานะของนักเตะจะเปิดประตูให้การย้ายไปสโมสรในยุโรปมีความเป็นไปได้มากขึ้น

แมนยู จับตา คอนเต้ เสียบเก้าอี้ คาร์ริค

กัลโช่แมร์คาโต้ รายงาน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จับตา อันโตนิโอ คอนเต้ เป็นตัวเลือกแทน ไมเคิ่ล คาร์ริค หากตัดสินใจเปลี่ยนกุนซือ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวกำลังจับตาสถานการณ์ของ อันโตนิโอ คอนเต้ เพื่อเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมแทน ไมเคิ่ล คาร์ริค หากสโมสรตัดสินใจเปลี่ยนแปลงกุนซือ ตามรายงานจาก กัลโช่แมร์คาโต้ (Calciomercato) สื่อฟุตบอลในอิตาลี

รายงานระบุว่า สถานการณ์ของ คาร์ริค เริ่มมีความไม่แน่นอนมากขึ้น หลัง แมนฯ ยูไนเต็ด ทำผลงานช่วงออกสตาร์ตพรีเมียร์ลีกได้อย่างน่าผิดหวัง เพิ่งเก็บได้เพียง 5 คะแนนจาก 5 นัดแรก ส่งผลให้ผู้บริหารสโมสรเริ่มเตรียมแผนสำรองหากจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งกุนซือ

ด้าน คอนเต้ ปัจจุบันยังว่างงาน หลังแยกทางกับ นาโปลี เมื่อสิ้นสุดฤดูกาลที่ผ่านมา โดยนอกจาก แมนฯ ยูไนเต็ด แล้ว ยูเวนตุส และ เอซี มิลาน สองยักษ์ใหญ่แห่งอิตาลี ก็ถูกระบุว่ากำลังติดตามสถานการณ์ของกุนซือวัย 57 ปีรายนี้เช่นกัน

กัลโช่แมร์คาโต้ รายงานว่า แม้โดยปกติ คอนเต้ จะชื่นชอบการเริ่มต้นโปรเจกต์ใหม่ตั้งแต่ช่วงก่อนเปิดฤดูกาล แต่เจ้าตัวยังคงมีความสนใจอย่างมากกับโอกาสเข้ามารับภารกิจสร้างทีมครั้งใหญ่กับสโมสรอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด

หากมีการเจรจากันจริง คอนเต้ ต้องการหลักประกันด้านโครงสร้างจากสโมสรอย่างชัดเจน โดยเฉพาะแผนการเสริมทัพในตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคม รวมถึงการสนับสนุนในระยะยาวเพื่อสร้างทีมตามแนวทางของเขา

ขณะเดียวกัน รายงานจากอิตาลีมีข้อมูลแตกต่างจากฝั่งอังกฤษ โดย กัลโช่แมร์คาโต้ ระบุว่า คอนเต้ อยู่ในกลุ่มตัวเลือกสำคัญของ แมนฯ ยูไนเต็ด หากมีการเปลี่ยนแปลงกุนซือ แต่ TEAMtalk สื่อเมืองผู้ดีรายงานว่า บอร์ดบริหาร “ปีศาจแดง” ยังคงแสดงจุดยืนสนับสนุน คาร์ริค และปฏิเสธว่ามีการติดต่อกุนซือจากภายนอกอย่างเป็นทางการในเวลานี้ ทำให้สถานการณ์ของตำแหน่งกุนซือยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นทางการ

แม็ค อัลลิสเตอร์ แจงดราม่าสัญญา ลิเวอร์พูล ย้ำยังแฮปปี้กับแอนฟิลด์

อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ มิดฟิลด์แชมป์โลก ยืนยัน ยังไม่มีการตัดสินใจเรื่องอนาคตกับ ลิเวอร์พูล หลังเคยแสดงความกังวลเรื่องสัญญา พร้อมย้ำมีความสุขและหวังอยู่กับทีมต่อไปอีกหลายปี

อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ กองกลางชาวอาร์เจนไตน์ของ ลิเวอร์พูล ยืนยันว่า ยังไม่มีการตัดสินใจอย่างเป็นรูปธรรมเกี่ยวกับอนาคตของเขาในถิ่นแอนฟิลด์ โดยสัญญาฉบับปัจจุบันจะหมดลงภายในเดือนมิถุนายน 2028

ก่อนหน้านี้ ดาวเตะทีมชาติอาร์เจนตินา ชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 ถูกถามถึงอนาคตของเขากับทัพ “หงส์แดง” และเจ้าตัวยอมรับว่ารู้สึกเสียใจกับสถานการณ์เรื่องสัญญาของตัวเองที่ยังไม่ได้รับข้อเสนอขยายสัญญาใหม่จากต้นสังกัด

ล่าสุด แม็ค อัลลิสเตอร์ เปิดใจว่าความเห็นที่ตนพูดไปก่อนหน้านี้เกิดจากอารมณ์ความรู้สึกในขณะนั้น มากกว่าจะเป็นการวิจารณ์สโมสร “ตอนนี้ยังไม่มีการตัดสินใจอะไรที่เป็นรูปธรรม ความจริงก็คือ ผมยังเหลือสัญญาอีก 2 ปี ใช่ ในงานแถลงข่าวครั้งนั้น ผมถูกถามถึงอนาคตของตัวเองอยู่พอสมควร สิ่งที่พูดออกไปเป็นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกมากกว่า”

"มันไม่ได้เกี่ยวกับการตัดสินสโมสรหรืออะไรทำนองนั้น เพราะท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาคือคนที่บริหารจัดการและเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องต่างๆ และสำหรับผมแล้ว เรื่องนั้นไม่มีปัญหาอะไรเลยแต่อย่างที่ผมบอก ผมจะทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพราะผมยังเหลือสัญญาอีก 2 ปี หลายสิ่งหลายอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดช่วงเวลา 2 ปีนี้ และยังมีทางเลือกอีกมากมาย"

“ดังนั้นสำหรับตัวผม ผมมีความสุขมากกับการอยู่ที่นี่ หวังว่ามันจะเป็นการอยู่ที่นี่ต่อไปอีกหลายปี แต่ถ้าสุดท้ายเหลือเพียง 2 ปี มันก็ถือว่าสมบูรณ์แบบแล้ว และผมต้องการสนุกกับมัน สนุกไปกับครอบครัวของผม เพราะผมไม่เคยสงสัยเลยว่า ที่นี่คือหนึ่งในสโมสรที่ดีที่สุดในโลก” แม็ค อัลลิสเตอร์ ระบุ

ฟูแล่ม 1-1 แมนยู: “คุนญ่า” ซัดกู้ชีพ! ผีแดงบุกเจ๊าเจ้าสัวหืด

“ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด รอดจากการปราชัย 3 นัดรวดทุกรายการหลังได้ มาเตอุส คุนญ่า ซัดตีเสมอในช่วงนาทีสุดท้ายก่อนบุกไปแบ่งแต้มจาก คราเว่น ค็อตเทจ ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 5 ก่อนพักเบรคทีมชาติ ฟูแล่ม บ๊วยสุดของตารางยังไม่ชนะทีมใด ขณะที่ฟอร์มล่าสุดบุกอัด เวสต์แฮม ทะลุรอบ 4 คาราบาว คัพ เกมนี้เปิด คราเว่น ค็อตเทจรับมือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อันดับ 13 ที่ไม่ชนะมาสองเกมติดในลีกหลังล่าสุดพ่ายคาบ้านให้ แมนฯ ซิตี้ 0-1 ก่อนแพ้ในบ้านอีกครั้งให้ ไบรท์ตัน ตกรอบ 3 คาราบาว คัพ

เปิดฉากมา 10 นาทีแรก “ปีศาจแดง” มีโอกาสลุ้นขึ้นนำจากจังหวะซัดไกลนอกกรอบของ ลิซานโดร มาร์ตีเนซ แต่แบร์นด์ เลโน่ ยังยอดเยี่ยมพุ่งปัดออกหลังไปได้

นาที 25 แมนฯ ยูไนเต็ด ทิ้งโอกาสทองอีกครั้งหลัง มาเตอุส คุนญ่า ไปฉกบอลก่อนออกเส้นหลังก่อนหักมาให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซัดไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย

จากนั้น ฟูแล่ม ตอบโต้มาบ้างได้ลุ้นถึงสองครั้งสองคราจาก จอช คิง ที่เติมมาเสาสองแปไปติด ลัมเมนส์ กับอีกครั้งที่พุ่งเซฟลูกยิงของ ซานเดอร์ แบร์เก้

เกมยังเปิดแลกกันสนุก นาที 31 มาเตอุส คุนญ่า ได้ซัดนอกกรอบบอลไปแฉลบแนวรัรบเจ้าถิ่นก่อนหนีมือ เลโน่ ไปชนเสาออกหลังอย่างน่าเสียดาย

อีกนาทีต่อมา แฟนเจ้าสัวน้อยเกือบได้เฮอีกหลัง จอช คิง รับลูกครอสก่อนซัดพุ่งไปมุมล่างซ้ายแต่ เซนเน่อ ลัมเมนส์ ก็ยังเหนียวป้องกันไว้ได้

ก่อนจบครึ่งแรก มาร์คัส แรชฟอร์ด ได้แปโล่งๆกลางประตูแต่บอลเหินคานไปอย่างน่าผิดหวัง จบครึ่งแรกยัง 0-0 ชนิดที่ “ปีศาจแดง” ได้โอกาสยิงถึง 17 ครั้ง ส่วนฟูแล่ม 9 ครั้ง

ครึ่งหลัง นาที 63 กลายเป็นฟูแล่มที่ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ คาลวิน บาสซีย์ ดักบอลได้ก่อนลากขึ้นมาซัดเสาแรกบอลพุ่งแรงไปติด ลัมเมนส์ ทว่ากระดอนไปโดนขา ลิซานโดร มาร์ตีเนซ ก่อนกระดอนเข้าประตูตัวเองไป

นาที 67 แมนฯ ยูไนเต็ด น่าได้ลุ้นตีเสมอหลัง แรชฟอร์ด ไหลให้ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ ปั่นด้วยซ้ายนอกกรอบบอลกำลังเลี้ยวเสียบเสาอยู่แล้วแต่ แบร์นด์ เลโน่ ยังเหนียวพุ่งปัดออกไปอย่างเหลือเชื่อ

เกมทำท่าจะจบลงด้วยชัยชนะนัดแรกของเจ้าถิ่น แต่แล้ว นาที 89 มาเตอุส คุนญ่า มาสวมบทฮีโร่หลังซัดไปแฉลบส่งบอลเปลี่ยนทางเข้าก้นตาข่ายเป็นประตูสำคัญให้ แมนฯ ยูไนเต็ด บุกมาตีเสมอ ฟูแล่ม 1-1 ก่อนจบลงด้วยสกอร์นี้

“เจ้าสัวน้อย” ชวดคว้าชัยนัดแรกมีเพิ่มเป็น 2 แต้มรั้งรองบ๊วยก้นตารางอันดับ 19 ส่วน “ปีศาจแดง” เก็บเพิ่มเป็น 5 คะแนนขยับขึ้นรั้งอันดับ 12 ของตาราง

รายชื่อตัวจริงทั้งสองทีม

ฟูแล่ม (4-2-3-1) : แบร์นด์ เลโน่ – ติโมตี กัสตาญ, ดาวิด อัฟเฟนกรูเบอร์, คาลวิน บาสซีย์, แอนโทนี่ โรบินสัน – ซานเดอร์ แบร์เก้, เช ชาร์ลส์ – ออสการ์ บ็อบบ์, จอช คิง, อเล็กซ์ อิโวบี – กอนซาโล่ การ์เซีย

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : เซนเน่อ ลัมเมนส์ – ดีโอโก้ ดาโลต์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลิซานโดร มาร์ตีเนซ, ลุค ชอว์ – ค็อบบี้ เมนู, ยูริ ตีเลอมันส์ – ไบรอัน เอ็มเบอโม่, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด – มาเตอุส คุนญ่า

มูรินโญ่ ตบะแตกจวกเปาห่วยทำ เรอัล มาดริด พ่ายแอต.มาดริด

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือเรอัล มาดริด ตบะแตกวิจารณ์ผู้ตัดสินเกมแพ้ แอต.มาดริด 1-2 ชี้พลาดไม่ยอมแจกใบแดง 2 จังหวะให้กับนักเตะ “ตราหมี” พร้อมตำหนิเปาไร้ประสบการณ์ไม่คู่ควรตัดสินเกมมาดริด ดาร์บี้

โชเซ่ มูรินโญ่ เทรนเนอร์มากประสบการณ์ของ เรอัล มาดริด ออกโรงจวกผู้ตัดสินที่ทำหน้าที่แย่มากๆในเกมดาร์บี้แมตช์ที่แพ้ แอตเลติโก มาดริด 1-2 ศึกลา ลีกา สเปน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา

แมตช์นี้มีสองจังหวะที่นักเตะของ แอต.มาดริด ควรได้ใบแดงโดยตรงอย่างน้อย 2 ครั้ง แต่ท้ายที่สุดผู้ตัดสินกับปล่อยให้จังหวะเหล่านั้นผ่านไป แต่ในขณะที่ “ราชันชุดขาว” ต้องเหลือผู้เล่น 10 คนจากจังหวะที่ ดีน เฮาเซ่น ทำฟาวล์ในเขตโทษ และสุดท้าย “ราชันชุดขาว” ต้องพบกับความพ่ายแพ้อย่างน่าเจ็บปวด

มูรินโญ่ ซึ่งนำภาพ 2 จังหวะที่นักเตะ เรอัล มาดริด โดนเข้าสกัดอย่างรุนแรงมาโชว์ในงานแถลงข่าวหลังเกม พร้อมกล่าวว่า “เราไม่จำเป็นต้องเสียเวลาที่นี่ในงานแถลงข่าวก็ได้ เพราะภาพรวมของเกมนี้อยู่ตรงนี้ทั้งหมดแล้ว บนกระดาษแผ่นนี้ มีใบแดงอยู่ 2 ใบที่ผู้ตัดสินไม่ยอมแจก เราควรจะได้เล่น 11 คนต่อ 9 คน!”

นอกจากนี้ กุนซือชาวโปรตุเกสยังวิจารณ์การแต่งตั้งผู้ตัดสินลงทำหน้าที่ในเกมมาดริด ดาร์บี้ โดยว่าผู้ตัดสินรายนี้ยังขาดประสบการณ์ที่จำเป็นสำหรับเกมระดับนี้ และยังไม่มีประสบการณ์ทำหน้าที่ในระดับนานาชาติ

“ผู้ตัดสินคนนี้ไม่มีประสบการณ์มากพอที่จะลงทำหน้าที่ในเกมมาดริด ดาร์บี้ เขายังไม่เคยทำหน้าที่ในเกมระดับนานาชาติด้วยซ้ำ พวกคุณ (นักข่าว)รู้ไหมว่าทำไม? เพราะเขาไม่เก่งไง” อดีตนายใหญ่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี และ อินเตอร์ มิลาน กล่าวอย่างหัวเสีย

ผลบอล วิลล่า ปลดล็อกเฮ! บุกดับ สเปอร์ส 3-2 เด แซร์บี้ เก้าอี้ร้อน

แอสตัน วิลล่า คว้าชัยแรกพรีเมียร์ลีก 2026/27 หลังบุกชนะ สเปอร์ส 3-2 ขณะที่ เด แซร์บี้ เจอแรงกดดันหนัก เจ้าถิ่นมีแค่ 2 แต้มจาก 5 นัด

ครึ่งแรก สเปอร์ส เป็นฝ่ายสร้างโอกาสได้มากกว่า โดยทำให้ ไซออน ซูซูกิ ผู้รักษาประตูทีมชาติญี่ปุ่นของ แอสตัน วิลล่า ต้องออกแรงเซฟถึง 4 ครั้ง อย่างไรก็ตาม เจ้าถิ่นต้องเจอข่าวร้ายตั้งแต่นาทีที่ 19 เมื่อ เปโดร ปอร์โร่ มีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหวและถูกเปลี่ยนตัวออก

กระทั่งช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แอสตัน วิลล่า มาได้ประตูขึ้นนำ ฉวยโอกาสที่ มิคกี้ ฟาน เดอ เฟ่น ออกไปปฐมพยาบาลทำให้ สเปอร์ส เหลือ 10 คน ผสมกับความผิดพลาดของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ที่พยายามเคลียร์บอลซึ่งกำลังจะออกหลัง แล้วถูกฉกบอลไปได้ ก่อนที่ บูบาการ์ กามาร่า จะจ่ายยัดเข้าหน้าประตูให้ โยฮัน มานซัมบี้ ยิงจ่อ ๆ ส่งบอลตุงตาข่าย 1-0 พร้อมฉลองการออกสตาร์ตเป็นตัวจริงนัดแรกให้กับ วิลล่า และพักครึ่งไปด้วยสกอร์นี้

ต่อครึ่งหลัง โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ รีบแก้เกมส่ง โมฮัมเหม็ด กูดุส ลงมาแทน มาเตอุส แฟร์นันด์ส และ กูดุส ส่งบอลตุงตาข่ายหลังผ่านหนึ่งชั่วโมง แต่ถูก VAR ริบคืน เนื่องจาก โรเบิร์ตสัน ยืนอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าขณะครอสบอลเข้าเขตโทษ

จากนั้นนาที 67 วิลล่า หนีเป็น 2-0 จากจังหวะสวนกลับเร็ว นิโกลัส แจ็คสัน เล่นชิ่งกับ มานซัมบี้ ก่อนแตะหลบ ฟาน เดอ เฟ่น แล้วตะบันฮาล์ฟวอลเลย์เสียบเสาไกล แม้ อันโตนิน กินสกี้ จะพุ่งปัดถูกทางแต่เอาไม่อยู่

นาที 79 วิลล่า นำห่าง 3-0 เมื่อ จอห์น แม็คกินน์ จ่ายจากฝั่งขวาเข้ากลางให้ เอมิเลียโน่ บวนเดีย ปั่นโค้งเสียบสามเหลี่ยมอย่างสวยงาม ก่อนนาที 86 กูดุส จ่ายให้ คอเนอร์ กัลลาเกอร์ ตัวสำรองยิงตีไข่แตก เป็นประตูแรกของ สเปอร์ส ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ และช่วงทดเวลานาที 90+8 โรเบิร์ตสัน แก้ตัวเปิดฟรีคิกเข้าหัว ยาน พอล ฟาน เฮคเค่อ โขกเสียบตาข่าย แต่น่าเสียดายสุดท้ายไล่ไม่ทัน

จบเกม แอสตัน วิลล่า บุกชนะ สเปอร์ส 3-2 คว้าชัยแรกในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2026/27 ได้สำเร็จ ขณะที่ สเปอร์ส ยังเก็บได้เพียง 2 แต้มจาก 5 นัดแรก ก่อนมีคิวบุกเยือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจบช่วงเบรกทีมชาติ

รายชื่อนักเตะทั้ง 2 ทีม

สเปอร์ส : อันโตนิน คินสกี้ – เปโดร ปอร์โร่ (อาร์ชี่ เกรย์ น.19), ยาน พอล ฟาน เฮคเค่อ, มิคกี้ ฟาน เดอ เฟ่น, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – ซานโดร โตนาลี่ (คอเนอร์ กัลลาเกอร์ น.84), โรดริโก้ เบนตานกูร์ (ลูคัส เบิร์กวัลล์ น.84) – ซาวิโอ, มาเตอุส แฟร์นันด์ส (โมฮัมเหม็ด กูดุส น.46), โอมาร์ มาร์มูช – โดมินิก โซลันกี้ (เจมส์ แมดดิสัน น.66)

แอสตัน วิลล่า : ไซออน ซูซูกิ – แอรอน วาน-บิสซาก้า (แม็ตตี้ แคช น.46), วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, ไทโรน มิงส์, มัตเตโอ รุจเจรี่ – ชูเอา โกเมส, บูบาการ์ กามาร่า (อิบราฮิม เอ็มบาย น.84) – จอห์น แม็คกินน์ (รอสส์ บาร์คลีย์ น.84), เอมิเลียโน่ บวนเดีย, โยฮัน มานซัมบี้ (จอร์จ เฮมมิงส์ น.72) – นิโกลัส แจ็คสัน (แทมมี่ อบราแฮม น.88)

ผู้ตัดสิน : แซม แบร์ร็อตต์