แม็คโทมิเนย์ เปิดใจครั้งแรกหลังเตรียมรักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะ คาดพัก 2-3 สัปดาห์

สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ กองกลางนาโปลี ยืนยันอาการปลอดภัย หลังเตรียมเข้ารับการรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยวิธี PFA คาดพัก 2-3 สัปดาห์ และมีลุ้นกลับมาช่วยต้นสังกัดหลังช่วงพักเบรกทีมชาติ

สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ กองกลางทีมชาติสกอตแลนด์ของ นาโปลี สโมสรแกร่งแห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เปิดใจเป็นครั้งแรก หลังเตรียมเข้ารับการรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดไม่รุนแรง ซึ่งคาดว่าจะต้องพักรักษาตัวราว 2-3 สัปดาห์

รายงานจากผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ระบุว่า ภาวะดังกล่าวเป็นความผิดปกติของจังหวะการเต้นของหัวใจที่ไม่สม่ำเสมอ แต่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต และมีโอกาสรักษาให้กลับมาเป็นปกติได้

นาโปลี เปิดเผยว่า แม็คโทมิเนย์ จะเข้ารับการรักษาด้วยวิธี PFA (Pulsed Field Ablation) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการจี้ไฟฟ้าหัวใจรูปแบบใหม่ โดยใช้พลังงานไฟฟ้าแบบไม่ใช้ความร้อนเพื่อทำลายเนื้อเยื่อหัวใจที่เป็นต้นเหตุของการเต้นผิดจังหวะ และช่วยให้จังหวะการเต้นของหัวใจกลับมาเป็นปกติ

ดาวเตะวัย 29 ปี ซึ่งเดินทางไปร่วมงานประกาศรางวัล Gran Galà del Calcio 2026 ของสมาคมนักเตะอิตาลี เปิดเผยถึงอาการของตัวเองว่า

“ผมสบายดี การเข้ารับการรักษาครั้งนี้เป็นสิ่งที่ผมวางแผนร่วมกับสโมสรมาระยะหนึ่งแล้ว เราพูดคุยเรื่องนี้กันมาตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่น ผมน่าจะต้องพักประมาณ 2-3 สัปดาห์”

ทั้งนี้ คาดว่า แม็คโทมิเนย์ จะกลับมาลงสนามให้ นาโปลี ได้อีกครั้งหลังจบช่วงพักเบรกทีมชาติ แต่จะหมดสิทธิ์ช่วยทีมชาติสกอตแลนด์ใน 4 นัดแรกภายใต้การคุมทีมของ เซบาสเตียน โปโกญโญลี่ เฮดโค้ชคนใหม่ของทัพ “ตาร์ตัน”

มาร์ติเนลลี่ ย้ายซบ อัล ฮิลาล! อาร์เซน่อล รับ 60 ล้านปอนด์ ทุบสถิติขายนักเตะแพงสุดสโมสร

กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ปิดฉาก 7 ปีกับ อาร์เซน่อล หลังย้ายร่วมทัพ อัล ฮิลาล ด้วยค่าตัวการันตี 60 ล้านปอนด์ พร้อมเซ็นสัญญา 4 ปี สวมเสื้อหมายเลข 7 และสร้างสถิติเป็นการขายนักเตะค่าตัวสูงสุดในประวัติศาสตร์ของ “ปืนใหญ่”

กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ปีกทีมชาติบราซิล ยุติเส้นทางค้าแข้งกับ อาร์เซน่อล อย่างเป็นทางการ หลังย้ายไปร่วมทัพ อัล ฮิลาล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกซาอุดี โปร ลีก ด้วยค่าตัวการันตี 60 ล้านปอนด์ (ราว 2,640 ล้านบาท) พร้อมเซ็นสัญญา 4 ปี และสวมเสื้อหมายเลข 7

รายงานระบุว่า นอกจากค่าตัวการันตี 60 ล้านปอนด์แล้ว ดีลนี้ยังมีโบนัสตามเงื่อนไขเพิ่มเติม รวมถึง อาร์เซน่อล ยังใส่เงื่อนไขรับส่วนแบ่งจากการขายต่อในอนาคตเอาไว้ด้วย

ดาวเตะวัย 25 ปี ปิดฉากช่วงเวลา 7 ปีในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เพื่อออกไปหาความท้าทายใหม่ในลีกซาอุดีอาระเบีย โดยคาดว่าเจ้าตัวจะได้รับค่าเหนื่อยสูงกว่าที่เคยรับกับ “ปืนใหญ่” ซึ่งอยู่ที่มากกว่า 180,000 ปอนด์ (ราว 7.9 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

หลังเปิดตัวกับต้นสังกัดใหม่ มาร์ติเนลลี่ กล่าวว่า

“ผมภูมิใจที่ได้สวมเสื้อสีน้ำเงิน และภูมิใจที่ได้เป็นนักเตะของ อัล ฮิลาล”

สำหรับฤดูกาลที่ผ่านมา แนวรุกชาวบราซิเลียนลงสนามให้ อาร์เซน่อล 53 นัดในทุกรายการ ยิงได้ 11 ประตู และมีส่วนสำคัญในการช่วยทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2004

ที่ อัล ฮิลาล มาร์ติเนลลี่ เตรียมประสานงานกับ โอลลี่ วัตกิ้นส์ อดีตกองหน้า แอสตัน วิลล่า รวมถึง คริสเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ ที่ย้ายมาจาก เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

ขณะเดียวกัน การย้ายทีมครั้งนี้ยังทำให้ อาร์เซน่อล สร้างสถิติใหม่ในการขายนักเตะค่าตัวสูงสุดของสโมสร โดยทำลายสถิติเดิมที่เคยขาย อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ให้ ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 40 ล้านปอนด์ (ราว 1,760 ล้านบาท) เมื่อปี 2017

ปาโบล การ์เซีย จำใจซบ ราซิ่ง ซานตานเดร์ หลังสโมสรบีบขาย

ปาโบล การ์เซีย ปีกดาวรุ่งวัย 20 ปีของ เรอัล เบติส กลั้นน้ำตาไม่อยู่หลังต้องอำลาสโมสรที่เติบโตมาตั้งแต่อายุ 6 ขวบ เพื่อย้ายซบ ราซิ่ง ซานตานเดร์ ในวันปิดตลาดซื้อขายซัมเมอร์ ท่ามกลางข้อจำกัดด้านเพดานค่าเหนื่อยของสโมสรที่ต้องเลือกปล่อยนักเตะเพื่อเปิดทางคว้า ดานี่ เซบายอส

ปาโบล การ์เซีย ปีกดาวรุ่งชาวสเปนของ เรอัล เบติส ถึงกับหลั่งน้ำตาขณะอำลาสโมสรที่เขาเติบโตมาตั้งแต่วัยเด็ก หลังจำใจย้ายไปร่วมทีม ราซิ่ง ซานตานเดร์ ในช่วงวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์

ดาวเตะวัย 20 ปี ถือเป็นผลผลิตจากอะคาเดมีของ เบติส โดยย้ายเข้าสู่สโมสรตั้งแต่อายุเพียง 6 ขวบ ก่อนค่อย ๆ ไต่เต้าขึ้นมาจนติดทีมชุดใหญ่ และลงสนามให้สโมสรไปแล้ว 33 นัด ทำได้ 6 ประตู

ฤดูกาล 2026/27 การ์เซีย ยังได้รับโอกาสลงเล่นในศึกลา ลีกา 3 นัด และเพิ่งกลายเป็นฮีโร่ซัดประตูชัยช่วยทีมบุกชนะ บาเลนเซีย 1-0 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ด้านการเงินของ เบติส ทำให้สโมสรต้องตัดสินใจปล่อยตัวนักเตะออกไป เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดเรื่อง เพดานค่าเหนื่อย (Salary Cap) และเปิดทางสำหรับการคว้าตัว ดานี่ เซบายอส อดีตกองกลางของ เรอัล มาดริด และ อาร์เซน่อล กลับมาร่วมทีม โดยเซบายอสเซ็นสัญญาเป็นเวลา 3 ปี

รายงานระบุว่า หลังการย้ายทีมเสร็จสิ้น การ์เซีย ถูกพบเห็นร้องไห้อย่างหนักขณะเดินออกจากสนามของ เบติส โดยมีคุณแม่ซึ่งมารับกลับบ้านถึงกับหลั่งน้ำตาไปพร้อมกับลูกชาย ขณะที่เจ้าตัวโบกมือลาแฟนบอลพร้อมเช็ดน้ำตาตลอดเวลา

ภายหลังการอำลาสโมสร การ์เซีย เปิดเผยความรู้สึกว่า

“นี่เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมากสำหรับทุกคน แต่เราต้องยืนหยัดและเดินหน้าต่อไป”

“ผมหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้กลับมาที่นี่ เพราะนั่นคือสิ่งที่พวกเราทุกคนต้องการ มีหลายเรื่องที่ผมไม่สามารถควบคุมได้ และผมอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่ทุกคนหวังไว้”

“ขอบคุณแฟนบอลเบติสทุกคนจากส่วนลึกของหัวใจจริง ๆ”

แม้จะต้องอำลาสโมสรที่ผูกพันมาตั้งแต่วัยเด็ก แต่การ์เซีย ยังคงได้รับกำลังใจจากแฟนบอลจำนวนมาก ซึ่งหวังว่าแข้งวัย 20 ปี จะสามารถพัฒนาฝีเท้ากับ ราซิ่ง ซานตานเดร์ และมีโอกาสกลับมาสวมเสื้อ เรอัล เบติส อีกครั้งในอนาคต

ลิเวอร์พูล คว้า ลูก้า บรูห์มันส์ นายทวารดาวรุ่งเกงค์ ปล่อยยืมก่อน 1 ซีซั่น

ลิเวอร์พูล ประกาศคว้าตัว ลูก้า บรูห์มันส์ ผู้รักษาประตูดาวรุ่งวัย 18 ปี จาก เกงค์ อย่างเป็นทางการ ก่อนปล่อยให้ต้นสังกัดเดิมยืมใช้งานในฤดูกาล 2026/27 และจะย้ายมาร่วมทีมที่แอนฟิลด์แบบเต็มตัวในซัมเมอร์ปี 2027

ลิเวอร์พูล ประกาศคว้าตัว ลูก้า บรูห์มันส์ ผู้รักษาประตูดาวรุ่งวัย 18 ปี จาก เคอาร์ซี เกงค์ สโมสรชั้นนำของเบลเยียม อย่างเป็นทางการ ในช่วงเดดไลน์ตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์

อย่างไรก็ตาม “หงส์แดง” ตัดสินใจปล่อยให้ บรูห์มันส์ กลับไปเฝ้าเสากับ เกงค์ ด้วยสัญญายืมตัวตลอดฤดูกาล 2026/27 เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ก่อนจะย้ายมาค้าแข้งในถิ่นแอนฟิลด์อย่างเป็นทางการช่วงซัมเมอร์ปี 2027

นายทวารเจ้าของส่วนสูง 2 เมตร (ประมาณ 6 ฟุต 7 นิ้ว) ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดของเบลเยียม โดยก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของ เกงค์ หลังลงสนามให้ทีมสำรองไปแล้ว 32 นัด

บรูห์มันส์ ประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่ของ เกงค์ เมื่อเดือนเมษายน ปี 2026 ก่อนยึดตำแหน่งตัวจริงได้อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงที่เหลือของฤดูกาลที่ผ่านมา

ในฤดูกาล 2026/27 เจ้าตัวยังได้รับโอกาสลงสนามให้ เกงค์ ไปแล้ว 4 นัด ในศึกเบลเยียม โปร ลีก และสามารถเก็บ 1 คลีนชีต ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะปิดดีลคว้าตัวในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขาย

นอกจากผลงานในระดับสโมสรแล้ว บรูห์มันส์ ยังเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติเบลเยียมชุดเยาวชน โดยเคยสวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติ เบลเยียม รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ทั้งในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี และฟุตบอลโลก รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี เมื่อปี 2025

ปัจจุบัน เจ้าตัวก้าวขึ้นมารับหน้าที่ กัปตันทีมชาติเบลเยียม รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี และถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูอนาคตไกลที่ ลิเวอร์พูล วางแผนปลุกปั้นสำหรับระยะยาว

เอ็นโซ่ ตอบดราม่า! หลังแฟน เชลซี สลิ้งแตก

เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ เปิดใจครั้งแรกหลังย้ายจาก เชลซี ไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 125 ล้านปอนด์ พร้อมตอบกระแสแฟน “สิงห์บลูส์” ที่ไม่พอใจและโจมตีอย่างหนัก

เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ออกแถลงการณ์เปิดใจถึงแฟนบอลเชลซี เป็นครั้งแรก หลังย้ายไปร่วมทัพ แมนซิตี้ ด้วยค่าตัวสูงถึง 125 ล้านปอนด์ ท่ามกลางกระแสวิจารณ์อย่างหนักจากสาวกสิงห์บลูส์

ดีลดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่นาทีก่อนตลาดซื้อขายนักเตะปิดตัวลง และกลายเป็นหนึ่งในดีลใหญ่ที่สุดของซัมเมอร์ หลัง แมนซิตี้ เดินหน้าคว้าตัวมิดฟิลด์ ทีมชาติอาร์เจนตินา ไปร่วมทีม

เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ตกเป็นข่าวต้องการย้ายทีมมาตลอดช่วงซัมเมอร์ เนื่องจากต้องการกลับไปร่วมงานกับ เอ็นโซ่ มาเรสก้า อดีตกุนซือเชลซี ที่ปัจจุบันคุม แมนซิตี้

การตัดสินใจดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้แฟนบอลบางส่วน และล่าสุดดาวเตะวัย 25 ปีจึงเลือกออกมาอธิบายความรู้สึกของตัวเองโดยตรง

“ชีวิตคือการตัดสินใจ และตอนนี้ผมต้องตัดสินใจเรื่องที่ยากอีกครั้ง ผมเคยพูดไปแล้ว แต่ผมอยากพูดอีกครั้งว่า ผมผูกพันกับสโมสรแห่งนี้อย่างมาก”

“เชลซี จะอยู่ในความคิดของผมเสมอ และเหนือสิ่งอื่นใด จะอยู่ในหัวใจของผม”

“ผมเข้าใจว่าฟุตบอลทำงานอย่างไร ผมรู้ว่าพวกคุณมีความหลงใหลมากแค่ไหน เพราะผมก็เป็นเหมือนกัน และถ้าผมอยู่ในตำแหน่งเดียวกับพวกคุณ ผมก็คงคิดแบบเดียวกัน”

อย่างไรก็ตาม ข้อความดังกล่าวไม่ได้ทำให้แฟน เชลซี ทุกคนใจเย็นลง โดยบางรายยังออกมาโจมตีอดีตนักเตะของพวกเขาอย่างรุนแรง พร้อมใช้อีโมจิงูเต็มช่องคอมเมนต์บนอินสตาแกรม

ทั้งนี้ เฟร์นานเดซ ยังกล่าวขอบคุณทีมงาน เพื่อนร่วมทีม และแฟนบอล เชลซี ที่ให้การสนับสนุนเขาและครอบครัวตลอดช่วงเวลาที่ค้าแข้งในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์

“ผมจะไม่มีวันลืมความรักและการสนับสนุนที่พวกคุณมอบให้ผมและครอบครัวตลอดหลายปีที่ผ่านมา”

“พวกคุณจะอยู่ในหัวใจของผมเสมอ บลูส์ ผมจะขออวยพรให้พวกคุณพบเจอแต่สิ่งที่ดีที่สุดเสมอ”

สำหรับ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ มีโอกาสประเดิมสนามกับ แมนซิตี้ ทันทีในเกม พรีเมียร์ลีก นัดต่อไป ซึ่ง “เรือใบสีฟ้า” มีคิวเปิดบ้านพบ โคเวนทรี ซิตี้ ในวันเสาร์นี้ เวลา 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

แมนซิตี้ ปาดหน้า สเปอร์ส ปิดดีลคว้า อิลิมาน เอ็นดิอาย เสริมแนวรุก 65 ล้านปอนด์

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บรรลุข้อตกลงคว้า อิลิมาน เอ็นดิอาย จาก เอฟเวอร์ตัน 65 ล้านปอนด์ หลังปาดหน้า สเปอร์ส และตอนนี้ “เรือใบสีฟ้า” ได้รับไฟเขียวตรวจร่างกายนักเตะแล้ว

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บรรลุข้อตกลงในการเซ็นสัญญากับ อิลิมาน เอ็นดิอาย แนวรุกทีมชาติเซเนกัล จาก “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ด้วยค่าตัวประมาณ 65 ล้านปอนด์ (ราว 2,860 ล้านบาท)

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกับ เอฟเวอร์ตัน ในการเซ็นสัญญากับ เอ็นดิอาย อย่างไรก็ตามสถานการณ์พลิกผันเมื่อ “เรือใบสีฟ้า” ปาดหน้าคว้าตัวนักเตะไปร่วมทัพได้สำเร็จ

ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวคนดังชาวอิตาลี รายงานว่า แมนฯ ซิตี้ กับ เอฟเวอร์ตัน บรรลุข้อตกลงในการขาย เอ็นดิอาย ด้วยค่าตัว 65 ล้านปอนด์ โดย “เรือใบสีฟ้า” ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการตรวจร่างกายนักเตะ และทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงเงื่อนไขส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้การย้ายทีมครั้งนี้กำลังเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย

ทั้งนี้ การเดินหน้าคว้าตัว  เอ็นดิอาย ของ แมนฯ ซิตี้ เกิดขึ้นหลังจาก ลิเวอร์พูล ปฏิเสธข้อเสนอที่มีมูลค่าสูงถึง 80 ล้านปอนด์ (ราว 3,520 ล้านบาท) เพื่อขอซื้อ โกดี้ คักโป โดยคาดว่าดาวเตะทีมชาติเนเธอร์แลนด์จะอยู่ค้าแข้งกับถิ่นแอนฟิลด์ต่อไป

ลิโอเนล เมสซี่ ประกาศอำลาทีมชาติอาร์เจนตินา ปิดฉาก 20 ปีสุดยิ่งใหญ่ พร้อมเปิดใจสุดซึ้ง

ลิโอเนล เมสซี่ ประกาศยุติเส้นทางรับใช้ทีมชาติอาร์เจนตินาอย่างเป็นทางการ หลังผ่านการไตร่ตรองอย่างหนัก ยืนยันถึงเวลาที่เหมาะสมในการอำลา พร้อมขอบคุณแฟนบอล ครอบครัว เพื่อนร่วมทีม และเผยจะยังคงเชียร์ “ฟ้าขาว” ในฐานะแฟนบอลตลอดไป

ลิโอเนล เมสซี่ ซูเปอร์สตาร์ลูกหนังโลก ประกาศอำลาทีมชาติอาร์เจนตินาอย่างเป็นทางการ ปิดฉากเส้นทางรับใช้ชาติที่ยาวนานกว่า 20 ปี พร้อมเปิดใจด้วยข้อความสุดซาบซึ้งถึงแฟนบอล ครอบครัว เพื่อนร่วมทีม และทุกคนที่ร่วมเดินทางมาตลอดอาชีพค้าแข้งในนาม “ฟ้าขาว”

เมสซี่ ระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้ผ่านการไตร่ตรองมาอย่างยาวนาน แม้จะเป็นเรื่องที่เจ็บปวด แต่เชื่อว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด

“หลังจากเวลาผ่านไปนับตั้งแต่นัดชิงชนะเลิศ และหลังจากได้คิดทบทวนอย่างหนัก ผมอยากบอกทุกคนว่าผมจะอำลาทีมชาติ”

“มันเป็นการตัดสินใจที่เจ็บปวด และจนถึงวันนี้ก็ยังเจ็บอยู่ แต่ผมเข้าใจว่านี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด”

ดาวเตะวัย 39 ปี ยืนยันว่าตลอดเวลาที่สวมเสื้อทีมชาติ เขาทุ่มเททุกอย่างเพื่ออาร์เจนตินา ไม่ใช่เพียงในช่วงที่ประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ แต่รวมถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากก่อนหน้านั้นเช่นกัน

“ผมสาบานได้ว่าผมทุ่มเททุกอย่างเสมอ ไม่ใช่แค่ในช่วงไม่กี่ปีหลังที่เราคว้าแชมป์ทุกรายการ แต่รวมถึงช่วงเวลาก่อนหน้านั้นด้วย ผมต่อสู้ทุกครั้งเพื่อเสื้อตัวนี้ เพื่อมอบความสุขและทำให้ทุกคนภูมิใจที่ได้เป็นชาวอาร์เจนตินาผ่านฟุตบอล”

เมสซี่ ยอมรับว่าเส้นทางบทหนึ่งของชีวิตกำลังสิ้นสุดลง พร้อมเปิดทางให้ผู้เล่นรุ่นใหม่ก้าวขึ้นมารับช่วงต่อ

“ผมไม่มีอะไรเหลือให้มอบอีกแล้ว และยังมีนักเตะดาวรุ่งที่ยอดเยี่ยมอีกมาก ซึ่งสมควรได้รับโอกาสตรงนี้”

เจ้าของแชมป์โลกและแชมป์โคปา อเมริกา กล่าวขอบคุณแฟนบอลที่อยู่เคียงข้างมาตลอดกว่า 20 ปี พร้อมยืนยันว่าจะเปลี่ยนบทบาทจากคนในสนามมาเป็นแฟนบอลที่คอยสนับสนุนทีมชาติจากข้างนอก

“ขอบคุณสำหรับทุกความรักตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ผมจะคิดถึงเสียงเชียร์ของทุกคนจากในสนาม จากนี้ไปผมจะเป็นหนึ่งในพวกคุณ คอยเชียร์ทีมจากข้างนอก ทั้งในวันที่ประสบความสำเร็จ และยิ่งกว่านั้นในวันที่ยากลำบาก”

นอกจากนี้ เมสซี่ ยังกล่าวขอบคุณครอบครัว เพื่อนร่วมทีม โค้ช และผู้บริหารทุกคนที่ร่วมเดินทางบนเส้นทางลูกหนัง พร้อมย้ำว่าเขาจากไปด้วยความภาคภูมิใจ เพราะได้ร่วมสร้างช่วงเวลาที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงความฝันของชาวอาร์เจนตินา

“ผมจากไปพร้อมกับความสงบและความภาคภูมิใจ เพราะรู้ว่าเราทุกคนร่วมกันมอบช่วงเวลาที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงความฝันให้กับแฟนบอล ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้ผมได้เกิดเป็นชาวอาร์เจนตินา”

ก่อนปิดท้ายข้อความด้วยประโยคสั้น ๆ ที่สะเทือนใจแฟนบอลทั่วโลก

“Vamos Argentina!”

เมสซี่ ยังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ข้อความทั้งหมดนี้ถูกเขียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม หรือเพียง 2 วันหลังจบนัดชิงชนะเลิศ และหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคุณพ่อของเขา ยิ่งทำให้มั่นใจว่าการอำลาทีมชาติครั้งนี้คือการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด

โอลลี่ วัตกิ้นส์ ลา แอสตัน วิลล่า ซบ อัล ฮิลาล อย่างเป็นทางการ

โอลลี่ วัตกิ้นส์ ย้ายจาก แอสตัน วิลล่า ไป อัล ฮิลาล ด้วยค่าตัวราว 51 ล้านปอนด์ เซ็นสัญญา 3 ปี พร้อมโพสต์ขอบคุณสโมสรหลังอยู่มานาน 6 ปี

โอลลี่ วัตกิ้นส์ กองหน้าทีมชาติอังกฤษ ย้ายจาก แอสตัน วิลล่า สโมสรในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปเล่นให้กับ อัล ฮิลาล ทีมในศึกซาอุดี โปร ลีก ประเทศซาอุดีอาระเบีย อย่างเป็นทางการ ด้วยค่าตัวประมาณ 51 ล้านปอนด์ (ราว 2,244 ล้านบาท) พร้อมกับเซ็นสัญญา 3 ปี

ดาวเตะวัย 30 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในขุนพลทีมชาติอังกฤษ ชุดคว้าอันดับ 3 ศึกฟุตบอลโลก 2026 เป็นนักเตะที่มีบทบาทสำคัญของสโมสรภายใต้การกุมบังเหียนของกุนซืออูไน เอเมรี่ ที่สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ยูฟ่า ยูโรปา ลีก เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา โดยเป็นแชมป์ฟุตบอลถ้วยยุโรปโทรฟี่แรกในรอบ 44 ปี

วัตกิ้นส์ ซึ่งปิดฉาก 6 ปีกับการเล่นให้กับต้นสังกัด โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์หลังอำลาถิ่น วิลล่า พาร์ค ว่า “อันดับแรก ผมอยากจะบอกว่า ผมไม่เคยตั้งใจ และไม่เคยคาดคิดเลยว่าช่วงเวลาของผมกับ แอสตัน วิลล่า จะจบลงในรูปแบบนี้”

"ถึงอย่างนั้น ผมก็รู้สึกขอบคุณสำหรับช่วงเวลา 6 ปีที่ผ่านมาอย่างสุดซึ้ง เพราะไม่เพียงแต่ที่นี่จะหล่อหลอมให้ผมเป็นนักเตะที่ดีขึ้น แต่ยังทำให้ผมเติบโตขึ้นในฐานะคนคนหนึ่งด้วย ตลอด 6 ฤดูกาลที่ผมอยู่ที่นี่ เราผ่านทั้งช่วงเวลาที่ดีและช่วงเวลาที่ยากลำบากมามากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงคือ ผมทุ่มเททุกอย่างให้กับสโมสรแห่งนี้" วัตกิ้นส์ ระบุ

ผลบอล แมนยู 5-2 อิปสวิช: บรูโน่แฮตทริก! ปีศาจแดงปลดล็อกชัยแรกซีซั่น

“ปีศาจแดง” คว้าชัยชนะนัดแรกของฤดูกาล 2026/27 ได้สำเร็จ หลังเปิดรังโอลด์ แทรฟฟอร์ด รัวถล่มน้องใหม่ อิปสวิช ทาวน์ 5-2 บรูโน่ แฟร์นันด์ส กัปตันทีมทำแฮตทริก เก็บ 3 แต้มแรก ขยับขึ้นอันดับ 10 ของตาราง

เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่สองของฤดูกาล 2026-27 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2569 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เกมเปิดหัวบุกไปพ่าย ฮัลล์ ซิตี้ 0-2 เกมนี้กลับมาเฝ้ารังเปิด โอลด์ แทรฟฟอร์ด รับอีกหนึ่งน้องใหม่อย่าง อิปสวิช ทาวน์ ที่ประเดิมนัดแรกด้วยการคว้าชัยเหนือ ซันเดอรแลนด์ 2-1 แถมช่วงกลางสัปดาห์ไล่อัด เลสเตอร์ 3-1 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 3 คาราบาว คัพ

เปิดฉากครึ่งแรก นาที 12 “ปีศาจแดง” เกือบได้ลุ้นขึ้นนำ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ แตะคืนให้ ดีโอโก้ ดาโลต์ เติมขึ้นมาล็อคหนีด้วยขวาแล้วซัดด้วยซ้ายแต่ยังไม่ผ่านมือ คีเยลล์ แชร์เพ่น ปัดออกหลังหวุดหวิด

อีกนาทีถัดมา “ม้าขาว” ได้โอกาสลุ้นขึ้นนำบ้างหลัง ฮูลิโอ เอ็นซิโซ่ ลากเดี่้ยวตะลุยขึ้นมาคนเดียวก่อนเบียดแนวรับผีแดงแล้วซัดไปติดขา เซนเน่อ ลัมเมนส์

อีกครั้งนาที 22 อิปสวิช เกือบได้ลุ้นอีกหลังบอลตัดหลังจ่ายให้ ไดเซน มาเอดะ หลุดเข้าไปซัดด้วยขวาแต่ยังดีที่ เซนเน่อ ลัมเมนส์ พุ่งปัดออกหลังไปได้

กระทั่งนาที 29 แฟนม้าขาวได้เฮกันลั่นเมื่อ อับดุล ฟาตาวู กระชากหนี ลุค ชอว์ ก่อนปาดมาหน้าประตูให้ ลีฟ เดวิส แบ็กซ้ายหุบมาแปเข้าไปตุงตาข่ายให้ อิปสวิช บุกมานำ 1-0

นาที 40 เจ้าบ้านมาไล่ตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะพลาดของ มาร์เซลิโน่ นูนเญซ ที่ลื่นล้มก่อนโดน มาเตอุส คุนญ่า ฉกแล้วจ่ายตัดหลังให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส หลุดเข้าไปซัดเต็มแรงไล่เจ๊า 1-1 ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังนาที 52 แมนฯ ยูไนเต็ด ทิ้งโอกาสทองขึ้นนำหลัง ดาโลต์ เปิดยาวไปเสาไกลให้ แรชฟอร์ด เหยียดขาตบเข้ากลางให้ เอ็มเบอโม่ ชาร์จจ่อๆด้วยต้นขาแต่บอลไปชนคานอย่างน่าเสียดาย

นาที 57 แฟนปีศาจแดงได้เฮกันลั่นเมื่อ แม็กไกวร์ ตัดบอลได้นอกกรอบแล้วกดด้วยขวาไปแฉลบ เจค็อบ กรีฟส์ เปลี่ยนทางเข้าไปประตูไป แม้ฝั่งม้าขาวจะประท้วงว่าเป็นแฮนด์บอลก่อนแต่ วีเออาร์ เช็กแล้วให้เป็นประตูเจ้าบ้านขึ้นนำ 2-1

จากนั้นอีกสองนาทีต่อมา ค็อบบี้ เมนู แก้เพรสพลิกพาบอลขึ้นมาก่อนแทงบอลให้ มาเตอุส คุนญ่า หลุดเข้าไปก่อนโดน เจค็อบ กรีฟส์ เสียบล้มลงไปผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษก่อนที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะซัดเข้าไปไม่พลาดให้ แมนฯ ยูไนเต็ดนำห่าง 3-1 และเป็นประตูที่สองของกัปตันผีแดงในเกมนี้อีกด้วย

นาที 68 ปีศาจแดงมาได้ประตูนำห่าง 4-1 จากจังหวะที่ ค็อบบี้ เมนู ซัดไปติดแนวรับทีมเยือนก่อนถัดมา ไบรอัน เอ็มเบอโม่ จะซัดไปติดแข้งม้าขาวทว่าสุดท้ายมาเข้าทาง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซัดเข้าไปไม่เหลือเป็นแฮตทริกของเจ้าตัวในเกมนีฉลองแข้งยอดเยี่ยมแห่งปีของ พีเอฟเอ

ท้ายเกม นาที 82 บรูโน่ แฟร์นันด์ส มาจัดอีกหนึ่งแอสซิสต์ให้ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ หลุดไปกระดกบอลข้ามหัว คีเยลล์ แชร์เพ่น แม้เจค็อบ กรีฟส์จะตามไปสกัดแต่ไม่ทันบอลข้ามเส้นไปแล้วให้ผีแดงนำห่าง 5-1

ช่วงทดเจ็บ นาที 90+1 ลิซานโดร มาร์ตีเนซ มาทำพลาดโดน ฮูลิโอ เอ็นซิโซ่ ฉกบอลเข้าไปก่อนจ่ายง่ายๆให้ ชูบ้า อัคปอม ซัดเข้าไปไล่มาห่างๆ 2-5 แต่ไม่ทัน จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้่านเอาชนะ อิปสวิช 5-2 คว้าชัยชนะนัดแรกของฤดูกาลได้สำเร็จ

รายชื่อตัวจริงทั้งสองทีม

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : เซนเน่อ ลัมเมนส์ – ดิโอโก้ ดาโลต์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลิซานโดร มาร์ตีเรซ, ลุค ชอว์ – ค็อบบี้ เมนู, ยูริ ตีเลอมันส์ – ไบรอัน เอ็มเบอโม่, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด – มาเตอุส คุนญ่า

อิปสวิช (4-2-3-1) : คีเยลล์ แชร์เพ่น – ดาร่า โอเช, อิสซ่า ดิย็อป, เจค็อบ กรีฟส์, ลีฟ เดวิส – มาร์เซลิโน่ นูนเญซ, ซาช่า ลูคิช – อับดุล ฟาตาวู, ฮูลิโอ เอ็นซิโซ่, ไดเซน มาเอดะ – เอแมร์ซอนน์

วิเคราะห์บอล แมนยู vs อิปสวิช 30 ส.ค. 69 ผีแดงเร่งกู้ฟอร์มล่า 3 แต้มแรก

แมนยู เปิดโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดรับ อิปสวิช วันเสาร์นี้ หลังพ่าย ฮัลล์ นัดเปิดซีซั่น ขณะที่ทีมเยือนประเดิมพรีเมียร์ลีกด้วยชัยชนะเหนือ ซันเดอร์แลนด์ 2-1

แมนฯ ยูไนเต็ด – ไมเคิ่ล คาร์ริค เริ่มต้นฤดูกาลใหม่ด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บหลายราย โดย คาร์ลอส บาเลบา สมาชิกใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจาก ไบรท์ตัน ยังต้องรอโอกาสประเดิมสนาม หลังได้รับบาดเจ็บข้อเท้าระหว่างเข้าแคมป์ปรีซีซั่นกับทีมเก่าที่ออสเตรีย นอกจากนี้ ทอม ฮีตัน, มาต์ไตส์ เดอ ลิกต์, เมสัน เมาท์ และ มานูเอล อูการ์เต้ จะพลาดเกมเหย้านัดแรกของฤดูกาล โดยรายหลังอาจต้องรอถึงฤดูกาลหน้าเพื่อกลับมาลงสนาม แม้เกมกับ ฮัลล์ ซิตี้ จะไม่มีนักเตะบาดเจ็บเพิ่มเติม แต่คาดว่าอาจมีการปรับทัพ มาร์คัส แรชฟอร์ด และ ค็อบบี้ เมนู เป็นสองรายที่มีโอกาสเบียดแย่งตำแหน่งตัวจริงแทนที่ แพทริค ดอร์กู และ ยูริ ตีเลอมันส์ ที่ทำผลงานได้น่าผิดหวัง

อิปสวิช – แกรี่ โอนีล ทำการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นถึง 9 ตำแหน่งในเกม คาราบาว คัพ ที่พบกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ทำให้คาดว่าจะมีการปรับทีมอีกครั้ง โดย ดาร่า โอเช กองหลังทีมชาติไอร์แลนด์เป็นผู้เล่นแนวรับเพียงคนเดียวที่ยังรักษาตำแหน่งตัวจริงในเกมดังกล่าว และมีแนวโน้มจะได้ลงสนามต่อเนื่อง ขณะที่ มาร์เซลิโน่ นูนเญซ ก็ออกสตาร์ตในแดนกลางและทำ 2 ประตู รวมถึงลูกยิงไกลระยะ 45 หลาอันยอดเยี่ยม ส่วน แจ็ค คลาร์ก ลงมาเป็นตัวสำรองและทำประตูชัยให้ทีมเอาชนะ ซันเดอร์แลนด์ จึงมีโอกาสได้รับรางวัลด้วยการออกสตาร์ต ส่งผลให้ อับดุล ฟาตาวู อาจหลุดไปนั่งสำรอง

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : เซนเน่อ ลัมเมนส์ – นุสแซร์ มาซราวี, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, เอย์เดน เฮฟเว่น, ลุค ชอว์ – ค็อบบี้ เมนู, อันเดรย์ ซานโตส – ไบรอัน เอ็มเบอโม่, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด – มาเตอุส คุนญ่า

อิปสวิช (4-2-3-1) : คีเยลล์ แชร์เพ่น – ดาร่า โอเช, อิสซ่า ดิย็อป, เจค็อบ กรีฟส์, ลีฟ เดวิส – มาร์เซลิโน่ นูนเญซ, ซาช่า ลูคิช – แจ็ค คล้าร์ก, ฮูลิโอ เอ็นซิโซ่, ไดเซน มาเอดะ – เอแมร์ซอนน์

ความน่าจะเป็นของเกม

แมนยู ทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐานในเกมเปิดฤดูกาล แต่คาดว่าทีมของ ไมเคิ่ล คาร์ริค จะตอบสนองได้ดีต่อหน้าแฟนบอลในบ้าน เมื่อต้องรับมือ อิปสวิช ที่พวกเขาไม่เคยแพ้ในการพบกัน 8 ครั้งหลังสุดที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มองว่าทีมเยือนน่าจะสร้างความยากลำบากให้เจ้าถิ่นได้อีกครั้ง หลังประเดิมฤดูกาลด้วยชัยชนะที่น่าประทับใจ อย่างไรก็ตาม คุณภาพโดยรวมที่เหนือกว่าและความได้เปรียบจากการเล่นในบ้านน่าจะช่วยให้ แมนยู เบียดคว้าชัยในเกมที่สูสีได้ในท้ายที่สุด

ผลการแข่งขันที่คาด

แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ อิปสวิช 2-1