บูอัดดี้ จ่ายให้ตัวเอง หลัง แมนซิตี้ เปิดหัว UCL บุกดับ ปอร์โต้

เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ยิง 2 ประตูพา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกชนะ ปอร์โต้ ก่อนแซว อายูบ บูอัดดี้ กลางรายการสด หลังแข้งดาวรุ่งพลาดจ่ายบอลให้ตัวเองที่ยืนโล่งในครึ่งหลัง

เกมดังกล่าว ฮาลันด์ เหมาคนเดียว 2 ประตู ขณะที่ บูอัดดี้ กองกลางดาวรุ่งวัย 18 ปี ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีกเป็นครั้งแรก หลังย้ายมาจาก ลีลล์ ในช่วงซัมเมอร์

บูอัดดี้ ทำผลงานได้น่าประทับใจ คุมเกมแดนกลางร่วมกับ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ พร้อมสถิติสัมผัสบอล 71 ครั้ง จ่ายบอลสำเร็จถึง 98 เปอร์เซ็นต์ และชนะการดวล 5 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม หลังจบเกม ฮาลันด์ กลับเลือกพูดถึงจังหวะหนึ่งที่เจ้าตัวอยากให้ดาวรุ่งรายนี้ทำได้ดีกว่านี้

“เขาเล่นได้ดีมาก! ตอนซ้อมเขายอดเยี่ยม ผมถึงกับบอกประธานสโมสรไปเลยว่า เรามีเพชรเม็ดงามอยู่ตรงนี้”

“แต่ผมคิดว่าเขาน่าจะจ่ายบอลทะลุให้ผมในครึ่งหลังนะ ผมยืนอยู่คนเดียวเลย ตอนนั้นผมหงุดหงิดนิดหน่อย เดี๋ยวผมจะบอกเขาตอนนี้เลย แต่โดยรวมเขาเล่นดีนะ ยกเว้นจังหวะจ่ายบอลนั้น…”

มูรินโญ่ ย้ำ วินิซิอุส คู่ควรความเคารพ

โชเซ่ มูรินโญ่ ออกโรงปกป้อง วินิซิอุส จูเนียร์ ยืนยันดาวยิง เรอัล มาดริด คู่ควรกับความเคารพ แม้ยอมรับว่ายังไม่กลับมาท็อปฟอร์ม พร้อมชี้หากมั่นใจเต็มร้อยอาจปิดเกมได้

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ เรอัล มาดริด ออกโรงปกป้อง วินิซิอุส จูเนียร์ อย่างเต็มที่ หลังดาวเตะทีมชาติบราซิลยังไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้อย่างเต็มร้อยในช่วงที่ผ่านมา

มูรินโญ่ ยอมรับว่า วินิซิอุส เองก็รู้ดีว่าตัวเขายังไม่ได้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด แต่ชื่นชมความพยายามของแนวรุกวัย 26 ปี ที่กำลังทำงานหนักมากกว่าที่เคย เพื่อกลับคืนสู่ฟอร์มระดับท็อป

“วินิซิอุส คู่ควรกับความเคารพทั้งหมดจากผม เขายังไม่อยู่ในระดับ 100 เปอร์เซ็นต์ และเขาก็รู้เรื่องนี้ดี แต่เขากำลังทำงานหนักกว่าที่เคยเพื่อเรียกฟอร์มกลับมา ผมเคารพ วินิซิอุส คนนี้มาก”

กุนซือชาวโปรตุกีสยังถูกถามถึงเสียงโห่จากแฟนบอล เรอัล มาดริด ที่มีต่อบรรดาผู้เล่นแนวรุก รวมถึง คีลิยัน เอ็มบัปเป้

อย่างไรก็ตาม มูรินโญ่ ปฏิเสธที่จะวิจารณ์แฟนบอล พร้อมยืนยันว่าตัวเขาให้ความเคารพต่อนักเตะเสมอ

“ผมจะไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแฟนบอล และจะไม่มีวันทำแบบนั้น ตอนที่ผมเปลี่ยนตัวเขาออก ผมจูบเขา และนั่นแสดงให้เห็นว่าผมเคารพเขา”

“ถ้า วินิซิอุส อยู่ในฟอร์มดีที่สุด เขาคงปิดเกมไปแล้ว เหมือนที่เขาเคยทำกับผมตอนพบ เบนฟิก้า เมื่อปีที่แล้ว”

เรอัล มาดริด vs อินเตอร์ มิลาน 8 ก.ย. 69 : มูรินโญ่ออกซองดวลทีมเก่า

เรอัล มาดริด เปิดบ้านพบ อินเตอร์ มิลาน ในลีกเฟส แชมเปี้ยนส์ ลีก โดย โชเซ่ มูรินโญ่ เริ่มภารกิจล่าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 16 หลังทั้งสองทีมผิดหวังซีซั่นก่อน และยังถือเป็นแมตช์แห่งความทรงจำเจอทีมเก่าที่เคยพาคว้าแชมป์ยุโรปเมื่อปี 2010

เรอัล มาดริด – แม้ฤดูกาลใหม่เพิ่งเริ่มต้น แต่โทษแบนจากซีซั่นก่อนยังมีผล โดยมีมิดฟิลด์ถึง 3 รายที่ถูกพักแข้ง ได้แก่ เอดูอาร์โด้ กามาวิงก้า, อาร์ด้า กือแลร์ รวมถึง แบร์นาร์โด้ ซิลวา ที่ย้ายมาจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พ่วงด้วยโทษตกค้างมาจากซีซั่นก่อน สถานการณ์แดนกลางยิ่งน่ากังวลเมื่อ โอเรเลียง ชูอาเมนี่ มีปัญหากล้ามเนื้อและยังต้องรอเช็กความฟิต ทำให้ จู๊ด เบลลิงแฮม อาจถอยลงมาช่วยกัปตัน เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ นอกจากนี้ โชเซ่ มูรินโญ่ ยังไม่่มี เอแดร์ มิลิเตา, โรดรีโก้ และ แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ต่างบาดเจ็บ ขณะที่ ติอาโก้ ปิตาร์ช ก็ยังไม่พร้อม ส่วน ราอูล อาเซนซิโอ, เอ็นดริค และ มาร์ก กูกูเรย่า ต้องรอประเมินสภาพร่างกาย

อินเตอร์ มิลาน – คริสเตียน คิวูู มีขุมกำลังพร้อมเกือบเต็มร้อย เหลือเพียง เฌด สเปนซ์ สมาชิกใหม่ที่ยังอยู่ระหว่างเรียกความฟิตกลับมา ขณะเดียวกัน ขุมกำลังสำรองของทีมมีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนเกมลีกล่าสุด โดยเฉพาะ เคอร์ติส โจนส์ ที่ได้รับคำชื่นชมจากสื่ออิตาลี และมีเสียงเรียกร้องให้ออกสตาร์ตแทน เปตาร์ ซูชิช ด้าน มาร์กกุส ตูราม ก็มีโอกาสได้รางวัลจากผลงานยิงตีเสมอ นาโปลี ด้วยการออกสตาร์ตแทน ปิโอ เอสโปซิโต้ ขณะที่ ฮาคาน ชัลฮาโนลู มีลุ้นยึดตำแหน่งในแดนกลางของ ปิโอเตอร์ ซีลินสกี้

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

เรอัล มาดริด (4-2-3-1) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – เดนเซล ดุมฟรีส, อิบราฮิมา โกนาเต้, ดีน เฮาเซ่น, มาร์ก กูกูเรย่า – เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้, จู๊ด เบลลิงแฮม – ยาน ดิโอม็องเด้, บราฮิม ดีอาซ, วินิซิอุส จูเนียร์ – คีลิยัน เอ็มบัปเป้

อินเตอร์ มิลาน (3-5-2) : โจเซป มาร์ตีเนซ – ยานน์ บิสเซ็ค, มานูเอล อาคันจี, อเลสซานโดร บาสโตนี่ – แอนดี้ ดิยุฟ, นิโกโล่ บาเรลล่า, ฮาคาน ชัลฮาโนลู, เคอร์ติส โจนส์, เฟเดริโก้ ดิมาร์โก – เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ, มาร์กกุส ตูราม

ผู้ตัดสิน : ไมเคิล โอลิเวอร์ (อังกฤษ)

ความน่าจะเป็นของเกม

อินเตอร์ ไม่ชนะเกมเยือน 13 นัดหลังสุดที่พบทีมจากสเปน โดยชัยชนะครั้งล่าสุดเหนือ บาเลนเซีย เกิดขึ้นในรอบแบ่งกลุ่มฤดูกาล 2004/05 อย่างไรก็ตาม ทีมของ คริสเตียน คิวู น่าจะมองเห็นโอกาสดีจากแดนกลาง เรอัล มาดริด ที่มีตัวเลือกไม่เต็มร้อย ถึงกระนั้นแนวรับของทัพ “งูใหญ่” ยังไม่เหนียวแน่นเหมือนเดิม ทำให้แนวรุกที่เต็มไปด้วยคุณภาพของ โชเซ่ มูรินโญ่ มีโอกาสตอบโต้ได้เช่นกัน จึงคาดว่าเกมบิ๊กแมตช์ที่ซานติอาโก เบร์นาเบว อาจจบลงด้วยผลเสมอ

ผลการแข่งขันที่คาด

เรอัล มาดริด เสมอ อินเตอร์ มิลาน 2-2

จากสตาร์สู่ฟรีเอเยนต์! เปิดเส้นทางขาลง ซานโช่

เปิดเส้นทางอาชีพที่พลิกผันของ เจดอน ซานโช่ จากดาวรุ่งค่าตัว 73 ล้านปอนด์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สู่การเป็นแข้งฟรีเอเยนต์ หลังมี 2 สโมสรพรีเมียร์ลีกสนใจดึงตัวกลับอังกฤษ

เจดอน ซานโช่ กำลังเผชิญช่วงเวลาที่ไม่น่าเชื่อในเส้นทางค้าแข้ง หลังอดีตปีกค่าตัว 73 ล้านปอนด์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด กลายเป็นนักเตะไร้สังกัด และล่าสุดมีรายงานว่า 2 สโมสรพรีเมียร์ลีกกำลังติดต่อเพื่อดึงตัวกลับอังกฤษ

ซานโช่ ย้ายจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2021 ด้วยความคาดหวังมหาศาล หลังระเบิดผลงานในเยอรมนีด้วยสถิติ 114 ประตูและแอสซิสต์จาก 137 นัด

แต่ชีวิตใน พรีเมียร์ลีก กลับไม่เป็นไปตามฝัน โดยตลอด 83 นัดกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เขามีส่วนร่วมกับประตูเพียง 18 ครั้ง และต้องย้ายออกไปเล่นแบบยืมตัวกับ เชลซี และ แอสตัน วิลล่า ฟุตบอล

ล่าสุด TEAMtalk รายงานว่า มีอย่างน้อย 2 สโมสร พรีเมียร์ลีก ติดต่อพูดคุยกับ ซานโช่ เกี่ยวกับการย้ายทีม แม้ตลาดซื้อขายนักเตะปิดลงไปแล้ว เพราะเจ้าตัวยังคงเป็นฟรีเอเยนต์และสามารถเซ็นสัญญากับสโมสรใหม่ได้

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อของทั้งสองสโมสร ขณะที่การกลับไป แมนฯ ยูไนเต็ด แทบเป็นไปไม่ได้ ส่วน เชลซี และ แอสตัน วิลล่า ก็ไม่น่าจะเป็นตัวเลือกแรก หลังทั้งสองสโมสรเคยมีโอกาสเซ็นถาวรแต่ไม่ได้ดำเนินการ

โดยเฉพาะผลงานกับ เชลซี ซึ่ง ซานโช่ ลงเล่น 41 นัด แต่มีส่วนร่วมกับประตูเพียง 14 ครั้ง ก่อนถูกส่งตัวกลับ แมนฯ ยูไนเต็ด

ช่วงเวลาที่ส่งผลกระทบต่ออาชีพของ ซานโช่ มากที่สุด เกิดขึ้นในเดือนกันยายน 2023 เมื่อ เอริค เทน ฮาก ตัดชื่อเขาออกจากทีมในเกมพบ อาร์เซน่อล พร้อมให้เหตุผลว่าเจ้าตัวทำผลงานในการฝึกซ้อมไม่เป็นไปตามมาตรฐาน

ซานโช่ ตอบโต้ผ่านโซเชียลมีเดียทันที โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาและระบุว่าตัวเองถูกทำให้เป็น “แพะรับบาป”

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ซานโช่ ไม่ได้ลงสนามให้ แมนฯ ยูไนเต็ด อีกเลย ภายใต้การคุมทีมของ เทน ฮาก และท้ายที่สุดเส้นทางของเขากับสโมสรก็เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุด

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าตกใจคือ ก่อนย้ายมาอังกฤษ ซานโช่ ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในปีกดาวรุ่งที่ร้อนแรงที่สุดในยุโรป แต่เพียงไม่กี่ปีต่อมา เจ้าตัวกลับต้องรอข้อเสนอใหม่ในฐานะ ฟรีเอเยนต์

และยังต้องลุ้นว่าโอกาสครั้งต่อไปของ ซานโช่ จะเป็นการกลับมาแจ้งเกิดในพรีเมียร์ลีก หรือเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ในต่างแดนอีกครั้ง

คาร์ริค สุดเซ็ง แมนยู โดน เอฟเวอร์ตัน ตีเจ๊าช่วงทดเจ็บ 2-2

ไมเคิ่ล คาร์ริค นายใหญ่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รับผิดหวัที่ต้นสังกัดพลาดชัยชนะหลังโดน เอฟเวอร์ตัน ไล่ตีเสมอ 2-2 ช่วงทดเจ็บ ย้ำทีมต้องปิดเกมให้ดีกว่านี้

ไมเคิ่ล คาร์ริค ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับผิดหวังที่ทัพ “ปีศาจแดง” ทำได้เพียงแค่บุกเสมอ เอฟเวอร์ตัน 2-2 ที่สนามฮิลล์ ดิกคินสัน สเตเดี้ยม ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา ระบุผลการแข่งขันแบบนี้มันรู้สึกเหมือนทีมแพ้

แมตช์นี้มีดราม่าในช่วง 10 นาทีสุดท้าย หลัง แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นนำไปก่อนช่วงต้นครึ่งหลัง จากผลงานของ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ แต่ ไทริค จอร์จ ซัดตีเสมอให้เจ้าบ้าน 1-1 ในนาทีที่ 83 แต่เพียงแค่สี่นาทีหลังจากนั้น เบนยามิน เชชโก้ โขกให้ "ผีแดง" นำ 2-1 กระนั้นช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย  เอนส์ลีย์ เมตแลนด์-ไนล์ส ซัดไกลตีเสมอ 2-2 จบเกมแบบกันไปทีมละ 1 แต้ม

คาร์ริค เปิดใจว่า “มัน รู้สึกเหมือนกับว่าเราเป็นฝ่ายแพ้ ตอนนี้ความรู้สึกไม่ดีเลย เราจำเป็นต้องเสียประตูให้น้อยลง เพื่อเพิ่มโอกาสให้ตัวเองคว้าชัยชนะในเกมต่าง ๆ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เรารู้สึกว่าเราน่าจะเป็นฝ่ายชนะในวันนี้ เรื่องนี้ส่วนหนึ่งก็เป็นความผิดของเราเอง พูดกันตามตรง เพราะเราปิดเกมได้ไม่ดีพอ”

"มีหลายสิ่งที่ดีเกิดขึ้นกับเราในเกมนี้ เราเล่นฟุตบอลกันได้ดีมาก และสร้างความอันตรายได้หลายจังหวะ โดยรวมเราป้องกันได้ดี แต่ยิ่งเกมดำเนินไปนานเท่าไหร่ ก็มีบอลถูกเปิดเข้ามาในเขตโทษมากขึ้น และมีบางจังหวะที่การตัดสินใจของเราทำให้สถานการณ์ยากขึ้น"

"ทั้งที่จริง ๆ แล้วเราควรจะปิดเกมและรักษาผลการแข่งขันเอาไว้ได้ เราผิดหวังที่ไม่สามารถคว้าชัยชนะกลับออกมาได้ ส่วนรายละเอียดบางอย่าง ผมขอเก็บไว้กับตัวเองสักหน่อย แต่จริง ๆ แล้วเราควรจะปิดเกมให้ได้ ดังนั้นเราจึงรู้สึกผิดหวังกับผลการแข่งขันแบบนี้" คาร์ริค ระบุ

เบิร์นลี่ย์ ประกาศคว้า เจมี่ วาร์ดี้ ล่าตาข่ายเดอะ แชมเปี้ยนชิพ

เบิร์นลี่ย์ ประกาศคว้า เจมี่ วาร์ดี้ ร่วมทัพอย่างเป็นทางการ เซ็นสัญญาถึงจบฤดูกาล 2026/27 ขณะที่ หัวหอกวัย 39 ปี สุดตื่นเต้นได้หวนคืนฟุตบอลอังกฤษอีกครั้ง หลังไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่อิตาลีเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา

เบิร์นลี่ย์ สโมสรในศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ ประกาศคว้าตัว เจมี่ วาร์ดี กองหน้ามากประสบการณ์ มาร่วมทัพอย่างเป็นทางการ โดยนักเตะเซ็นสัญญาจนกระทั่งจบฤดูกาล 2026/27

สตาร์ดาวยิงวัย 39 ปี ซึ่งติดทีมชาติอังกฤษ 26 เกมและยิงได้ 7 ประตู หวนกลับมาสู่วงการลูกหนังเมืองผู้ดีอีกครั้ง หลังจากใช้เวลาย้ายไปเล่นกับ เครโมเนเซ่ สโมสนในศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

วาร์ดี้ ยอมรับว่าเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมากๆ ที่ได้ย้ายมาเล่นกับ เบิร์นลี่ย์ พร้อมระบุสโมสรแห่งนี้เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ และแฟนบอลก็พร้อมให้กับสนับสนุนทีมอย่างเต็มที่ “ผมมีความสุขมากที่ได้มาอยู่กับ เบิร์นลี่ย์ เอฟซี ในตอนนี้”

“สโมสรแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ในวงการฟุตบอล มีแฟนบอลที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นซึ่งสมควรได้เป็นตัวแทนของสโมสรและเมืองนี้ ผมแทบรอไม่ไหวแล้วที่จะได้ลงสนามและช่วยทีมเดินหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้อง” อดีตดาวยิงทีมชาติอังกฤษ กล่าว

ทั้งนี้ วาร์ดี้ ใช้เวลา 13 ปีอยู่กับ เลสเตอร์ ซิตี้ หลังย้ายมาจาก ฟลีทวู้ด ทาวน์ ทีมนอกลีกเมื่อปี 2012 เขากลายเป็นหนึ่งในคีย์แมนสำคัญของ “เดอะ ฟ็อกซ์” ที่นำสโมสรคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2015/16 นอกจากนี้เขายังซัดไป 200 ประตูจากการเล่น 500 เกมให้กับทีมในทุกรายการ ก่อนจะอำลาสโมสรในปี 2025 เพื่อไปหาประสบการณ์ใหม่กับ เครโมเนเซ่

ผลบอล อินเตอร์ 3-2 นาโปลี : เลาตาโร่ฮีโร่! งูใหญ่โกงตายรัว 3 เม็ดแซงดับนาโปลี

อินเตอร์ มิลาน พลิกสถานการณ์จากตามหลังสองประตู ฮึดรัวสามลูกรวดในครึ่งหลัง ได้ เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ ซัดประตูชัยช่วงทดเจ็บเฉือนชนะ นาโปลี 3-2

ฟุตบอล กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เมื่อวันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2569 เป็นสัปดาห์การแข่งขันที่ 3 เจ้าบ้าน อินเตอร์ มิลาน ออกสตาร์ทสมราคาแชมป์เก่าหลังคว้าชัยมาสองนัดติด ผลงานล่าสุดบุกเฉือน กายารี่ 1-0 เกมนี้กลับมาเปิด จูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า ทำบิ๊กแมตช์รับมือ นาโปลี ที่สองเกมที่ผ่านมาชนะหนึ่ง-แพ้หนึ่ง โดยเกมล่าสุดปราชัยคาบ้านให้ โคโม่ 1-2 ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ

เกมในครึ่งแรกเปิดแลกกันอย่างสนุกและมีโอกาสลุ้นประตูหลายครั้งจากทั้ง อันดี้ ดิยุฟ และ อ็องเดร-ฟร้องค์ ซัมโบ อ็องกีสซา แต่ยังไม่มีฝ่ายใดเบิกสกอร์ได้ จนกระทั่งเริ่มครึ่งหลังกุนซือ คริสเตียน คิวู ตัดสินใจแก้เกมด้วยการส่ง มาร์กุส ตูราม และแข้งใหม่ เคอร์ติส โจนส์ ลงสนาม

ทว่ารูปเกมกลับกลายเป็น นาโปลี ที่ฉวยโอกาสยออกนำไปก่อนถึงสองประตูอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ มัตเตโอ โปลิตาโน่ ซ้ำดาบสองในนาทีที่ 50 และ ราสมุส ฮอยลุนด์ ซัดด้วยซ้ายในนาทีที่ 53 หนีห่างเป็น 2-0

อย่างไรก็ตาม อินเตอร์ มิลาน ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เปิดเกมรุกกดดันจนกระทั่ง เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ พุ่งชาร์จจ่อๆ ตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-2 ในนาทีที่ 56 ก่อนที่ มาร์กุส ตูราม จะโหม่งตีเสมอเป็น 2-2 ได้สำเร็จในนาทีที่ 82 ช่วงท้ายเกม นาโปลี เกือบได้ประตูชัยจาก อ็องกีสซา แต่ทำไม่สำเร็จ

กระทั่งช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+1 เกิดความอลหม่านหน้าปากประตู และเป็น เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ ที่ปรี่เข้าชาร์จจังหวะสุดท้ายตุงตาข่าย กลายเป็นประตูชัยให้ อินเตอร์ มิลาน พลิกนรกเฉือนเอาชนะ 3-2 เก็บสามแต้มสำคัญ พร้อมทะยานกลับขึ้นไปครองตำแหน่งจ่าฝูงของตาราง เซเรียอา ด้วยการชนะรวดมี 9 คะแนนเต็ม ส่วน นาโปลี พบกับความพ่ายแพ้ติดต่อกันเป็นเกมที่สองมี 3 คะแนนเท่าเดิม รังอันดับ 13

รายชื่อตัวจริงทั้งสองทีม

อินเตอร์ มิลาน (3-5-2) : โจเซป มาร์ตีเนซ – ยานน์ บิสเซ็ค, มานูเอล อาคันจี, อเลสซานโดร บาสโตนี่ – แอนดี้ ดิยุฟ, นิโกโล่ บาเรลล่า, เปตาร์ ซูซิช, ปิโอเตอร์ ซีลินสกี้, เฟเดริโก้ ดิมาร์โก – ปิโอ เอสโปซิโต้, เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ

นาโปลี (4-3-3) : อเล็กซ์ เมเร็ต – โจวานนี่ ดิ โลเรนโซ่, อามีร์ ราห์มานี, ราฟา มารีน, เลโอนาร์โด้ สปินาซโซล่า – อ็องเดร-ฟร้องค์ ซ็อมโบ อ็องกีสซ่า, สตานิสลาฟ โลบ็อตก้า, อันโตนิโอ เวอร์การ่า – มัตเตโอ โปลิตาโน่, ราสมุส ฮอยลุนด์, อลีสซง ซานโตส

บาร์กโกล่า เปิดตัวโคตรเดือด ทุบสถิติพรีเมียร์ลีก

บรัดเลย์ บาร์กโกล่า แนวรุกคนใหม่ของ ลิเวอร์พูล ประเดิมสนามเพียง 31 นาที แต่สร้างสถิติความเร็วสูงสุดพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2026/27 ที่ 35.9 กม./ชม. ในเกมบุกชนะ อิปสวิช ทาวน์ 2-0

บรัดเลย์ บาร์กโกล่า ปีกทีมชาติฝรั่งเศสของ ลิเวอร์พูล เปิดตัวกับต้นสังกัดใหม่ได้อย่างน่าประทับใจ หลังสร้างสถิติความเร็วสูงสุดของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2026/27 ตั้งแต่การลงสนามนัดแรก

แนวรุกวัย 24 ปี ซึ่งย้ายจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาค้าแข้งในถิ่นแอนฟิลด์ช่วงโค้งสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ ได้รับโอกาสประเดิมสนามในเกมที่ ลิเวอร์พูล บุกชนะ อิปสวิช ทาวน์ 2-0 โดยถูกส่งลงมาแทน บิกตอร์ มูนญอซ ในนาทีที่ 64

แม้จะมีเวลาในสนามเพียงราว 31 นาที แต่ บาร์กโกล่า ก็แสดงให้เห็นถึงจุดเด่นเรื่องความเร็ว เมื่อทำสถิติวิ่งได้สูงสุดถึง 35.9 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

จากข้อมูลของ FotMob ตัวเลขดังกล่าวทำให้ บาร์กโกล่า กลายเป็นนักเตะที่ทำความเร็วสูงสุดในศึกพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2026/27 จนถึงเวลานี้

ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส ย้ายมาร่วมทัพ “หงส์แดง” ด้วยค่าตัวรวม 123 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,412 ล้านบาท) และหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ ลิเวอร์พูล ยอมทุ่มเงินมหาศาล ก็คือศักยภาพด้านความเร็ว การเลี้ยงบอล และความสามารถในการเล่นเกมริมเส้น

การประเดิมสนามของ บาร์กโกล่า แม้ยังไม่มีชื่อบนสกอร์บอร์ด แต่ก็แสดงให้เห็นถึงอาวุธสำคัญที่อาจสร้างปัญหาให้กับแนวรับคู่แข่งทั้งในพรีเมียร์ลีก และศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ตลอดฤดูกาลนี้

อิซัค เหมาสองปลดล็อก ลิเวอร์พูล ก่อนเปิดใจซีซั่นก่อนสุดทรมาน

อเล็กซานเดอร์ อิซัค กลับมาส่งสัญญาณอันตรายอีกครั้ง หลังซัดคนเดียวสองตุงพา “หงส์แดง” บุกสอย อิปสวิช 2-0 ก่อนยอมรับฤดูกาลที่ผ่านมาไม่ง่าย ทั้งฟอร์มไม่ดีและเจ็บยาว

อเล็กซานเดอร์ อิซัค กองหน้าทีมชาติสวีเดนของ ลิเวอร์พูล เปิดใจหลังทำคนเดียว 2 ประตู พา “หงส์แดง” บุกเอาชนะ อิปสวิช ทาวน์ 2-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันศุกร์ที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา พร้อมคว้าชัยชนะนัดแรกของฤดูกาล 2026/27 ได้สำเร็จ

ลูกทีมของ อันโดนี่ อิราโอล่า ออกสตาร์ตเกมได้อย่างยอดเยี่ยม โดย อิซัค รับบทฮีโร่ซัดสองประตูช่วยให้ ลิเวอร์พูล เก็บสามคะแนนเต็ม ก่อนรักษาสกอร์เอาไว้ได้จนจบเกม

ดาวยิงวัย 27 ปี ยอมรับว่าทั้งทีมตั้งเป้าเอาไว้ก่อนลงสนามว่าจะต้องคว้าชัยชนะให้ได้ หลังพลาดโอกาสในช่วงก่อนหน้านี้

“เรารอคอยชัยชนะนัดแรก และเราพูดกันก่อนเกมว่าเราต้องเริ่มต้นให้ดี เพราะช่วงหลังเราไม่สามารถทำแบบนั้นได้ และวันนี้เราทำได้ด้วยการยิงสองประตู”

อิซัค ยังกล่าวชื่นชมพัฒนาการของทีมภายใต้การคุมทัพของ อิราโอล่า พร้อมเชื่อว่า ลิเวอร์พูล กำลังเล่นได้ตามแนวทางที่ต้องการมากขึ้นเรื่อย ๆ

“ตอนที่เตรียมทีมช่วงปรีซีซั่นตามปกติ ผมคิดว่าเรากำลังเริ่มเล่นในแบบที่เราต้องการมากขึ้น เราต้องการเล่นเกมรุกและเปิดเกมเข้าใส่แนวรับคู่แข่ง ซึ่งวันนี้เราแสดงให้เห็นแล้ว เราทำได้สองประตู และจริง ๆ แล้วน่าจะยิงได้มากกว่านี้ด้วย”

นอกจากนี้ เจ้าตัวยังย้อนถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากในฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งต้องเผชิญทั้งปัญหาอาการบาดเจ็บและฟอร์มการเล่นที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

“มันไม่ง่ายเลย ผมต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บเป็นเวลานาน และโดยรวมแล้วมันเป็นฤดูกาลที่ยากลำบาก”

“ผมคิดเอาไว้ว่า อย่างแรกเลยผมอยากมีฟุตบอลโลกที่ดี จากนั้นก็ต้องการเริ่มต้นฤดูกาลให้ดี ซึ่งตอนนี้ผมรู้สึกว่าผมทำได้แล้ว ฤดูกาลนั้นเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้วสำหรับผม แต่ยอมรับว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริง ๆ”

การเหมาสองประตูในเกมนี้ ถือเป็นการออกสตาร์ตฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมของ อิซัค และช่วยให้ ลิเวอร์พูล ปลดล็อกชัยชนะนัดแรกในพรีเมียร์ลีก ภายใต้การคุมทีมของ อันโดนี่ อิราโอล่า ได้สำเร็จ

มูรินโญ่ เซ็ง เรอัล มาดริด แพ้ เบติส ชี้เจ้าถิ่นเหมือนถูกหวยแม้เล่นดีกว่า

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือเรอัล มาดริด ยอมรับสุดผิดหวังหลังบุกแพ้ เรอัล เบติส 0-1 ในศึกลา ลีกา แม้เชื่อทีมเล่นได้เหนือกว่า พร้อมเปรียบเจ้าถิ่นเหมือน “ถูกลอตเตอรี่” ที่คว้าชัยจากโอกาสไม่กี่ครั้ง และเผยเหตุผลเปลี่ยนตัวเพราะไม่ต้องการเสี่ยงใบแดง

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมเรอัล มาดริด ยอมรับผิดหวังกับผลการแข่งขัน หลังพาทัพ “ราชันชุดขาว” บุกแพ้ เรอัล เบติส 0-1 ในศึกลา ลีกา สเปน เมื่อวันศุกร์ที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา พร้อมยืนยันไม่เข้าใจว่าทำไมทีมของตนถึงเป็นฝ่ายปราชัย ทั้งที่รูปเกมและทัศนคติของลูกทีมทำได้ดีตลอดทั้งแมตช์

เกมนี้ เรอัล มาดริด เป็นฝ่ายครองเกมและสร้างโอกาสได้มากกว่า แต่กลับโดนทีเด็ดของ ทรอย ปาร์ล็อตต์ อดีตกองหน้าที่เคยร่วมงานกับ มูรินโญ่ สมัยอยู่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ซัดประตูชัยให้ เบติส คว้าสามแต้ม พร้อมส่งให้ “โลส บลังโกส” พบกับความพ่ายแพ้นัดแรกของฤดูกาล 2026/27

มูรินโญ่ กล่าวหลังจบเกมว่า

“บางครั้งคุณก็แพ้ และคุณไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมถึงแพ้ พูดตามตรง ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าทำไมเราถึงแพ้”

“เราเล่นได้ดีมาก ดีจริง ๆ ทัศนคติของนักเตะยอดเยี่ยม และเราทำทุกอย่างเพื่อคว้าชัยชนะ ขอแสดงความยินดีกับ เบติส พวกเขาเหมือนถูกลอตเตอรี่ในคืนนี้”

นอกจากนี้ กุนซือชาวโปรตุกีสยังเผยว่า เขาแทบไม่เห็นความจำเป็นในการเปลี่ยนแท็กติกระหว่างเกม เนื่องจากพอใจกับรูปแบบการเล่นของลูกทีมอยู่แล้ว โดยการเปลี่ยนตัวที่เกิดขึ้นมีสาเหตุหลักจากการต้องป้องกันไม่ให้นักเตะที่ติดใบเหลืองเสี่ยงต่อการโดนไล่ออกจากสนาม

“มันเป็นเรื่องยากมากที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง เพราะเรากำลังเล่นได้ดีมาก ผมพอใจกับฟอร์มการเล่นของทีม แต่การเปลี่ยนตัวก็เพราะผมต้องถอดนักเตะสองคนที่มีใบเหลืองออก”

แม้จะพลาดท่าในเกมนี้ แต่ มูรินโญ่ ยังคงแสดงความเชื่อมั่นในผลงานของลูกทีม โดยมองว่าหากรักษามาตรฐานการเล่นในลักษณะนี้ได้ต่อไป ผลการแข่งขันที่ดีจะตามมาในระยะยาว