ชี้ชัด ฮาลันด์ ไม่ควรได้ประตู

โจ ฮาร์ท อดีตผู้รักษาประตู แมนซิตี้ ยอมรับสุดเหลือเชื่อกับการตัดสินให้ประตู เออร์ลิง ฮาลันด์ ในเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้

โจ ฮาร์ท อดีตตำนานผู้รักษาประตู แมนซิตี้ ออกโรงตั้งคำถามอย่างหนักกับการตัดสินให้ประตูของ เออร์ลิง ฮาลันด์ ในเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ หลังมองว่า เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ มีส่วนส่งผลต่อจังหวะการทำประตูอย่างชัดเจน

เกมที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เกิดดราม่าในนาทีที่ 60 เมื่อ ฮาลันด์ ยิงบอลจ่อ ๆ เข้าไปตุงตาข่าย แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้า ก่อนที่ ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ จะหยุดเกมเพื่อให้ VAR ตรวจสอบ

หลังใช้เวลาพิจารณาอยู่พักใหญ่ VAR กลับคำตัดสินและยืนยันให้ประตู โดยมองว่า ฮาลันด์ ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าจากจังหวะเปิดบอล เนื่องจากมี แพทริค ดอร์กู ยืนอยู่ในตำแหน่งที่เล่นงานให้เขาไม่ล้ำหน้า

ส่วนกรณีของ เฟร์นานเดซ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าในจังหวะดังกล่าว VAR พิจารณาว่าเจ้าตัว ไม่ได้สัมผัสบอลและไม่ได้เล่นบอล จึงไม่ถือว่ามีส่วนร่วมกับการเล่น

อย่างไรก็ตาม โจ ฮาร์ท ไม่เห็นด้วยกับการตีความดังกล่าว โดยมองว่าการเคลื่อนไหวของ เฟร์นานเดซ ส่งผลต่อแนวรับ แมนยู โดยเฉพาะ ลิซานโดร มาร์ตีเนซ ก่อนที่บอลจะถูกแฉลบไปถึง ฮาลันด์

“การที่ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ อยู่ตรงนั้นและพยายามจะเล่นบอล มันส่งผลกระทบต่อเขา”

“ดังนั้น ถ้าดูตามตัวบทกฎ ผมไม่อยากจะเชื่อเลย ผมไม่อยากจะเชื่อจริง ๆ ว่าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจครั้งนี้สามารถสรุปได้ว่า เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการเล่น เพราะทุกคนที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลจะบอกคุณได้ว่า เขาส่งผลแน่นอน”

ฮาร์ท ซึ่งเคยลงสนามให้ แมนฯ ซิตี้ ถึง 348 นัดตลอดช่วงเวลา 12 ปี ยังแสดงความเห็นดังกล่าวขณะนั่งวิเคราะห์เกมร่วมกับ ไมเคิ่ล โอเว่น และดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ

ผลบอล แมนยู 0-1 แมนซิตี้: ฮาลันด์ฮีโร่! เรือ10คนบุกปราบผี ศึกผ่าเมือง

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้จะเหลือ 10 คนหลัง ฟิล โฟเด้น โดนใบแดงไล่ออกตั้งแต่นาที 23 แต่ครึ่งหลัง เออร์ลิง ฮาลันด์ มายิงประตูชัยพาทัพเรือใบสีฟ้าบุกมาเอาชนะ 1-0 คว้าชัยในพรีเมียร์ลีก 4 นัดรวด เก็บ 12 คะแนนเต็มทาบจ่าฝูงอาร์เซน่อลที่ลูกได้เสียดีกว่า

ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 4 วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2569 เป็นดาร์บี้แมนเชสเตอร์ ระหว่างเจ้าบ้าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนแข่งรั้งอันดับ 13 มีอยู่ 4 คะแนน เปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับคู่ปรับร่วมเมือง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูงที่ชนะมา 3 เกมรวดมี 9 คะแนน

เปิดฉากมารูปเกมค่อนข้างสูสี แต่แล้วนาที 23 กลายเป็นจุดเปลี่ยนของทีมเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลัง ฟิล โฟเด้น ไปเล่นนอกเกมถีบใส่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส จนผู้ตัดสินชูใบแดงไล่อออกจากสนามทันที ทำให้ทัพ “เรือใบสีฟ้า” ต้องเหลือแค่ 10 คน

ท้ายครึ่งแรก นาที 45 เจ้าบ้านเกือบได้ลุ้นขึ้นนำหลัง มาร์คัส แรชฟอร์ด ซัดฟรีคิกไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย ก่อนจบครึ่งแรกยังไร้สกอร์ 0-0

ครึ่งหลัง เอ็นโซ มาเรสก้า กุนซือทัพเรือใบสีฟ้าส่ง อิลิมาน เอ็นดิอาย ลงไปเล่นแทน ไรยัน แชร์กี

ผ่านไปครบหนึ่งชั่วโมงพอพี แฟนผีแดงเกือบเงียบกริบหลัง เออร์ลิง ฮาลันด์ ส่งบอลสู่ก้นตาข่ายไปแล้ว แม้ตอนแรกผู้ตัดสินเป่าเป็นจังหวะล้ำหน้าไปก่อน แต่หลังเช็กวีเออาร์แล้วกลับคำตัดสินให้เป็นประตูแก่ทัพ “เรือใบสีฟ้า” เนื่องจาก ฮาลันด์ ไม่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าทำให้ แมนฯ ซิตี้ บุกมานำเจ้าถิ่น 1-0

นาที 69 ทีมเยือนเกือบได้เม็ดที่สองนำห่างหลัง เอ็นโซ เฟร์นานเดซ ซัดนอกกรอบบอลพุ่งไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย

ช่วงเวลาที่เหลือ “ปีศาจแดง” พยายามเร่งเครื่องเพื่อตีเสมอแต่เจาะแนวรับทีมเยือนไม่เข้า จบเกม แมนยู แพ้คาบ้าน 0-1 ทำให้ แมนซิตี้ คว้าชัย 4 นัดรวดมี 12 แต้มเต็ม ส่วนลูกทีมของ ไมเคิ่ล คาร์ริค มี 4 คะแนน รั้งอันดับ 13 ของตาราง

รายชื่อตัวจริงทั้งสองทีม

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : เซนเน่อ ลัมเมนส์ – ดีโอโก้ ดาโลต์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลิซานโดร มาร์ตีเนซ, แพทริก ดอร์กู – ยูริ ตีเลอมันส์, ค็อบบี้ เมนู – ไบรอัน เอ็มเบอโม่, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด – มาเตอุส คุนญ่า

แมนฯ ซิตี้ (4-2-3-1) : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า – มาเตอุส นูเนส, รูเบน ดิอาส, มาร์ค เกอี, ยอชโก้ กวาร์ดิโอล – เอลเลียต แอนเดอร์สัน, เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ – ฟิล โฟเด้น, ไรยัน แชร์กี, อองตวน เซเมนโย่ – เออร์ลิง ฮาลันด์

วิเคราะห์บอล แมนยู vs แมนซิตี้ 13 ก.ย. 69 : ศึกผ่าเมือง! ผีแดงขอวัดเรือใบ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต่างเพิ่งคว้าชัยในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก เตรียมดวลเดือดที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เกมพรีเมียร์ลีก 13 ก.ย. 69

แมนฯ ยูไนเต็ด – แบ็กซ้ายตัวเก๋าอย่าง ลุค ชอว์ เป็นหนึ่งในนักเตะที่ไม่มีชื่อในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก พบ ซาบาห์ แต่ ไมเคิ่ล คาร์ริค เปิดเผยว่า สาเหตุเป็นเพียงเพราะเจ้าตัวมีอาการตะคริวจากนัดบุกเสมอ เอฟเวอร์ตัน จึงน่าจะได้รับไฟเขียวให้ลงสนามพรีเมียร์ลีกครบ 300 นัดพอดี ขณะที่ ดีโอโก้ ดาโลต์ และ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ มีสิทธิ์คืนตัวจริงเช่นกัน ส่วน คาร์ลอส บาเลบา, มาต์ไตส์ เดอ ลิกต์, มานูเอล อูการ์เต้, ทอม ฮีตัน และ อาหมัด ดิยัลโล่ ยังหมดสิทธิ์ลงสนาม อีกประเด็นที่ต้องเลือกกองหน้าระหว่าง เบนยามิน เชชโก้ กับ มาเตอุส คุนญ่า ยังคงเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงมากที่สุด แต่หลังจากทั้งคู่ทำประตูได้ในเกมชนะ ซาบาห์ สุดท้าย มาร์คัส แรชฟอร์ด อาจเป็นคนที่ต้องหลุดจาก 11 ตัวจริง

แมนฯ ซิตี้ – เอ็นโซ่ มาเรสก้า ไม่มีปัญหาให้ต้องตัดสินใจมากนักในแดนหน้า โดย เออร์ลิง ฮาลันด์ หวังสานต่อสถิติอันยอดเยี่ยม หลังยิงไปแล้ว 8 ประตูจากการลงเล่นแมนเชเตอร์ ดาร์บี้ในลีก อย่างไรก็ตาม มีเพียง 2 ประตูเท่านั้นที่เกิดขึ้นในเกมเยือนโอลด์ แทรฟฟอร์ด อย่างไรก็ตาม เฌเรมี่ โดกู ยังมีปัญหาอาการเจ็บน่อง แต่ นิโก้ โอไรลี่ กลับมาฟิตสมบูรณ์ หลังถอนตัวจากทีมในเกมพบ โคเวนทรี เนื่องจากอาการบาดเจ็บบริเวณหลัง ด้าน เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ถูกส่งลงเป็นตัวจริงเต็มเกมในนัดดังกล่าว และน่าจะได้รักษาตำแหน่งในทีมต่อไป หลังโชว์ฟอร์มโดดเด่นอีกครั้งในเกมพบ ปอร์โต้ พร้อมทำแอสซิสต์ให้ ฮาลันด์ โหม่งทำประตู ส่วน อายูบ บูอัดดี้ น่าจะหลุดจาก 11 ตัวจริงเพื่อเปิดทางให้ เอลเลียต แอนเดอร์สัน

รายชื่อผู้เล่นที่คาดจะลงสนาม

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : เซนเน่อ ลัมเมนส์ – ดีโอโก้ ดาโลต์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลิซานโดร มาร์ตีเนซ, ลุค ชอว์ – ยูริ ตีเลอมันส์, ค็อบบี้ เมนู – ไบรอัน เอ็มเบอโม่, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาเตอุส คุนญ่า – เบนยามิน เชชโก้

แมนฯ ซิตี้ (4-2-3-1) : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า – มาเตอุส นูเนส, รูเบน ดิอาส, มาร์ค เกอี, ยอชโก้ กวาร์ดิโอล – เอลเลียต แอนเดอร์สัน, เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ – อองตวน เซเมนโย่, ไรยัน แชร์กี, อิลิมาน เอ็นดิอาย – เออร์ลิง ฮาลันด์

ความน่าจะเป็นของเกม

ช่วงหลัง แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ไม่ได้เป็นไปตามความคาดหมายเสมอไป โดยซิตี้ เอาชนะ ยูไนเต็ด ได้เพียง 1 จาก 4 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก ขณะที่เกมของทัพปีศาจแดงในฤดูกาลนี้ก็เต็มไปด้วยความสนุกเร้าใจ นอกจากนี้ ทั้งสองทีมยังเป็นสองสโมสรที่มีจำนวนยิงตรงกรอบมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกช่วง 3 นัดแรก โดยทำได้ทีมละ 19 ครั้ง จึงมีโอกาสไม่น้อยที่จะจบลงด้วยผลเสมอสกอร์สูง

ผลการแข่งขันที่คาด

แมนฯ ยูไนเต็ด เสมอ แมนฯ ซิตี้ 2-2

เด แซร์บี้ เข้าใจแฟนโห่ พร้อมรับนักเตะเสียความมั่นใจเกมเจ๊าเอฟเวอร์ตัน

โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ กุนซือเก้าอี้ร้อนของ สเปอร์ส ยอมรับรู้สึกเสียใจกับแฟนบอลหลังทีมรักยังทำผลงานได้ไม่สมกับที่คาดหวัง และเข้าใจเสียงโห่ที่เกิดขึ้น พร้อมระบุตอนนี้นักเตะหลายคนเสียความมั่นใจหลังยิง เอฟเวอร์ตัน ไม่ได้จนเสมอ 0-0 แต่เชื่อทีมยังเดินมาถูกทางแล้ว

โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ผู้จัดการทีมท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เปิดใจหลังแฟนบอล “ไก่เดือยทอง” ส่งเสียงโห่ดังสนั่นหลังจบเกมที่บุกเสมอ เอฟเวอร์ตัน 0-0 ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา

สเปอร์ส เล่นเกมบุกด้วยความเข้มข้นตั้งแต่นาทีแรก และสร้างโอกาสลุ้นทำประตูได้หลายครั้ง แต่ขาดความเฉียบคม จบเกมพวกเขาไม่สามารถเจาะแนวรับ “แมวดำ” ได้เลย ส่งผลให้เสมอแบบไร้สกอร์

จากสถานการณ์ในตอนนี้ ทัพ “ไก่เดือยทอง” ยังไม่ชนะทีมใดเลยจากการแข่ง 4 เกมแรกในลีก แถมเจาะตาข่ายไม่ได้แม้แต่ประตูเดียวทำให้ตอนนี้ทีมจมปลักอยู่อันดับ 17 โดยผลงานของทีมสวนทางกับการลงทุนของสโมสรในช่วงซัมเมอร์นี้ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่แฟนบอลจะแสดงความไม่พอใจด้วยการส่งเสียงโห่ลั่นสนามหลังจบเกม

เด แซร์บี้ แสดงความเห็นว่า “เรารู้สึกเสียใจกับแฟนบอล พวกเขายอดเยี่ยมมากในวันนี้ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของเกม เมื่อพวกเขาเห็นว่าทีมกำลังพยายามอย่างเต็มที่ เล่นได้ดี และพยายามหาทางทำประตู พวกเขาก็เหมือนอยู่ในสนามเคียงข้างนักเตะของเรา”

ขณะเดียวกัน กุนซือชาวอิตาเลียน ยังกล่าวต่อไปว่าเกมนี้ทีมมีโอกาสได้ยิงเยอะมาก แต่น่าเสียดายที่ไม่เป็นประตู “ช่วง 30 นาทีแรก เราทำได้ดีมาก แต่เราไม่สามารถทำประตูได้ และนั่นทำให้เราสูญเสียความมั่นใจเยอะมาก”

“นี่เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญสำหรับสถานการณ์ในช่วงเวลานี้ ในหลายช่วงของครึ่งหลัง ผมสังเกตเห็นว่านักเตะของผมมีความมั่นใจลดลง และผมไม่ชอบสิ่งนี้ เพราะพวกเขาต้องเชื่อว่าเรากำลังเดินมาถูกทางแล้ว”

แม้ทีมไม่ชนะ และยิงประตูไม่ได้แต่ดูเหมือน เด แซร์บี้ ยังมองในแง่บวกซึ่งสวนทางกับความรู้สึกของลูกทีมที่ไม่ได้คิดแบบนั้น โดยเรื่องนี้ นายใหญ่จากแดนมะกะโรนี ให้เหตุผลว่า “นักเตะก็เป็นมนุษย์ พวกเขามีความรู้สึกอ่อนไหวและมีอารมณ์”

“พวกเขาใช้ความคิดในการตัดสินใจ หน้าที่ของผมคือช่วยเหลือพวกเขาและทำให้พวกเขามีสมาธิกับสิ่งที่เราต้องทำ หากเราเล่นตลอด 90 นาทีได้เหมือนช่วง 30 นาทีแรก เราจะคว้าชัยชนะได้อีกหลายเกม” เด แซร์บี้ ร่ายยาว

เปิดใจหลัง แรชฟอร์ด กลับสู่แมนยู

บรูโน่ แฟร์นันด์ส เผยเบื้องหลังการกลับมาของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังถูกถามถึงนักเตะที่มาซ้อมเร็ว

บรูโน่ แฟร์นันด์ส กัปตันทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยคำตอบสั้น ๆ แต่บ่งบอกถึงบรรยากาศของ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลังกลับมาสู่ทีมในช่วงซัมเมอร์ได้เป็นอย่างดี

แรชฟอร์ด กลับมาร่วมทีม แมนยู ในช่วงปรีซีซั่น หลังหมดสัญญายืมตัวกับ บาร์เซโลน่า และไม่ได้ย้ายถาวร ก่อนจะได้รับโอกาสออกสตาร์ตใน พรีเมียร์ลีก 2 นัดล่าสุด

เมื่อผู้สื่อข่าวจากสกายซ์สปอร์ตถามว่าใครเป็นนักเตะที่มาถึงสนามซ้อมแคร์ริงตันเร็วที่สุด? บรูโน่ ตอบว่าโดยปกติแล้วคือ ดิโอโก้ ดาโลต์ แต่ฤดูกาลนี้มีอีก 2 คนที่มาถึงเร็วด้วย นั่นคือ แรชฟอร์ด และ เบนจามิน เซสโก้

“ฤดูกาลนี้ก็มี แรชฟอร์ด และ เซสโก้ ที่มักจะมาถึงเร็ว พวกเขามาพร้อมกับผม”

คำตอบดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติของ แรชฟอร์ด ที่ดูเปลี่ยนไปหลังกลับมาร่วมทีม โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่าเจ้าตัวสร้างความประทับใจให้กับสตาฟฟ์ด้วยทัศนคติและความทุ่มเทในการฝึกซ้อม

ผลงานในสนามก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณบวก เมื่อ แรชฟอร์ด ออกสตาร์ตในเกม พรีเมียร์ลีก 2 นัดล่าสุด และทำผลงานโดดเด่นในเกมเสมอ เอฟเวอร์ตัน 2-2

สเปอร์ส-ริชาร์ลิซอน เปิดศึกปมสัญญา หลังดีลเอฟเวอร์ตันล่ม

เกิดรอยร้าวครั้งใหญ่ในแคมป์ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ เมื่อสโมสรและ ริชาร์ลิซอน กองหน้าทีมชาติบราซิล กำลังมีข้อขัดแย้งอย่างหนักเกี่ยวกับสัญญาที่เหลืออยู่อีกเพียง 9 เดือน

ดาวยิงวัย 29 ปี ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในเกมพรีเมียร์ลีกนัดเปิดซีซั่นที่บุกไปพ่ายเบรนท์ฟอร์ดแต่ต้องชวดย้ายกลับไปร่วมทีม “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ กำลังพิจารณาทางเลือกต่างๆ ของตัวเอง โดยแหล่งข่าวระบุว่าเจ้าตัวมีความประสงค์อย่างยิ่งที่จะยกเลิกสัญญาที่เหลืออยู่กับทีม

แม้การเจรจาระหว่างสโมสรและตัวแทนของนักเตะเพื่อหาทางออกจะยังคงดำเนินอยู่ แต่เป็นที่เชื่อกันว่าสถานการณ์เริ่มตึงเครียดและทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

แหล่งข่าวระบุด้วยว่า ดาวยิงวัย 29 ปีรายนี้ปรารถนาอย่างยิ่งที่จะได้รับการยกเลิกสัญญาที่เหลืออยู่เพื่อเป็นอิสระ แต่ทางฝั่งสเปอร์สกลับมองว่าตัวเลือกนี้ไม่อยู่ในบรรทัดฐานของความเป็นจริง

เรื่องราวยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีก เมื่อท็อตแนมถือออปชันสามารถขยายสัญญาของริชาร์ลิซอนออกไปได้อีก 12 เดือน ซึ่งจะทำให้สัญญาครอบคลุมไปจนถึงจบฤดูกาลหน้า ดังนั้น สเปอร์ส จึงปฏิเสธที่จะเจรจาจ่ายเงินชดเชยเพื่อยกเลิกสัญญาที่เหลืออยู่

ผลจากการที่ดีลย้ายไปเอฟเวอร์ตันล่มลง ทำให้แนวรุกชาวบราซิเลียนถูกหั่นชื่อออกจากทีมชุดลุยศึกพรีเมียร์ลีกของสโมสรเรียบร้อยแล้ว ทั้งที่จริงแล้วสเปอร์สมีโอกาสจะโกยเงินสูงถึง 35 ล้านปอนด์จากดีลนี้ แต่ตัวนักเตะกลับไม่สามารถตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกับทางเอฟเวอร์ตันได้

อย่างไรก็ตาม ยังพอมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เมื่อ วาสโก ดา กามา ทีมดังแห่งศึกบราซิล มีความสนใจที่จะดึงตัวริชาร์ลิซอนไปร่วมทัพ ซึ่งตัวนักเตะเองตกเป็นข่าวว่าอยากจะย้ายกลับไปค้าแข้งในบ้านเกิดเช่นกัน

โรดรี้ ขอโทษบาเลนเซีย แจงปมคำพูด “อ่อนมาก”

โรดรี้ ออกโรงขอโทษ บาเลนเซีย และ โฆเซ่ กาย่า หลังถูกจับภาพพูดถึงทีมว่า “อ่อนมาก” ยืนยันเป็นเพียงการแสดงความประหลาดใจ ไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่น

โรดรี้ กองกลาง บาร์เซโลน่า ออกมาขอโทษ บาเลนเซีย และนักเตะทั้งทีม หลังมีภาพจากการถ่ายทอดสดที่ถูกนำไปตีความว่าเจ้าตัวพูดถึงคู่แข่งว่า “อ่อนมาก” ระหว่างเกมลา ลีกา เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเกมที่ บาร์เซโลน่า บุกถล่ม บาเลนเซีย 5-0 โดยหลังจาก โรดรี้ ถูกเปลี่ยนตัวออก เจ้าตัวถูกจับภาพขณะนั่งอยู่บนม้านั่งสำรองและพูดคุยกับเพื่อนร่วมทีมอย่าง เปา กูบาร์ซี่ และ ราฟินญ่า

แม้ภาพดังกล่าวไม่มีเสียงประกอบ แต่สถานีโทรทัศน์ โมวิสตาร์ อ้างจากการอ่านริมฝีปากว่า กองกลางกัปตันทีมชาติสเปน ชุดแชมป์โลก 2026 พูดทำนองว่า “พวกเขาอ่อนมากจริง ๆ พวกเขายังข้ามเส้นครึ่งสนามไม่ได้เลย”

ผลการแข่งขันดังกล่าวทำให้ บาเลนเซีย รั้งอันดับสุดท้ายของตารางลา ลีกา หลังยังไม่ชนะใครจากการลงสนาม 4 นัดแรก ส่งผลให้ โรดรี้ ถูกแฟนบอลและสื่อสเปนบางส่วนวิจารณ์ว่าไม่ให้ความเคารพคู่แข่ง

อย่างไรก็ตาม หลังเกม บาร์ซ่า เอาชนะ เฟเยนูร์ด 5-1 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อวันพุธที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา โรดรี้ ที่เพิ่งย้ายมาจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าได้กล่าวขอโทษ โฆเซ่ กาย่า กัปตันทีมบาเลนเซียและเพื่อนร่วมทีมชาติสเปน รวมถึงนักเตะทั้งทีมแล้ว

“ผมขอโทษเพื่อนและเพื่อนร่วมงานอย่าง โฆเซ่ กาย่า รวมถึงนักเตะทั้งทีมด้วย” โรดรี้ กล่าว

“ผมอยากย้ำให้ชัดเจนว่ามันเป็นเพียงการแสดงความประหลาดใจเท่านั้น ทุกคนที่ดูวิดีโอก็น่าจะเห็นได้”

“ผมไม่เคยมีเจตนาที่จะล้อเลียนใคร หรือหยิบช่วงเวลาที่ยากลำบากของทีมหนึ่งออกมาพูดในบริบทที่ผิด ตรงกันข้าม เราทุกคนต้องการเห็นบาเลนเซียกลับไปอยู่ในจุดที่ควรจะเป็นในลีก เพราะพวกเขาคือหนึ่งในสโมสรที่ดีที่สุดในรายการนี้ ผมเพียงต้องการสื่อถึงเรื่องนั้น”

โรดรี้ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า บทสนทนาดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัว และมองว่าทุกฝ่ายควรเรียนรู้จากเหตุการณ์นี้ เพราะบางครั้งสิ่งที่พูดกันเป็นการส่วนตัวอาจถูกนำไปตีความผิดบริบทได้

“แต่ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะดูหมิ่นใครเลย ผมขอโทษ บาเลนเซีย” มิดฟิลด์เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 2024 ทิ้งท้าย

แมนยู เปิดหัว ยูฟ่าชปล.หรู ถล่ม ซาบาห์ 4-0

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประเดิมศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบลีก เฟส ด้วยฟอร์มสุดดุดัน เปิดบ้านถล่ม ซาบาห์ 4-0 จาก คุนญ่า, บรูโน่, เชชโก้ และมาร์ตีเนซ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประเดิมศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบลีก เฟส ฤดูกาลนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม หลังเปิดสนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไล่ถล่ม ซาบาห์ จากอาเซอร์ไบจาน 4-0 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน 2569 คว้า 3 คะแนนแรก พร้อมขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 4 ของตาราง

เกมนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายเดินหน้าครองเกมและเปิดเกมรุกเข้าใส่ทีมเยือนตั้งแต่ต้น แม้ช่วง 25 นาทีแรก ซาบาห์จะช่วยกันตั้งรับได้อย่างเหนียวแน่น แต่เจ้าถิ่นก็มาได้ประตูปลดล็อกในนาทีที่ 27

จังหวะดังกล่าว บรูโน่ แฟร์นันด์ส แทงบอลออกทางฝั่งซ้ายให้ แพทริค ดอร์กู ก่อนปาดเข้ากลางมาให้ มาเตอุส คุนญ่า เข้าชาร์จแบบโล่งๆ ส่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นนำ 1-0

จากนั้นเจ้าถิ่นยังเดินหน้าบุกต่อเนื่อง และมาได้ประตูที่สองในนาทีที่ 42 เมื่อ มาเตอุส คุนญ่า จ่ายบอลเข้าเขตโทษให้ ยูริ ตีเลอมันส์ ตวัดกลับมาเข้าทาง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซัดเข้าไปไม่เหลือ ทำให้สกอร์ขยับเป็น 2-0

ช่วงนาทีที่ 45 ไบรอัน เอ็มเบอโม่ จ่ายบอลทะลุช่องให้ เบนยามิน เชชโก้ หลุดเข้าไปดวลกับผู้รักษาประตู ก่อนแตะหลบและยิงเข้าไปอย่างเยือกเย็น แมนฯ ยูไนเต็ด หนีห่าง 3-0 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ดังกล่าว

กลับมาเล่นครึ่งหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงเป็นฝ่ายคุมสถานการณ์ ก่อนมาได้ประตูที่สี่ในนาทีที่ 67 จากจังหวะเล่นฟรีคิกเร็ว บรูโน่ แฟร์นันด์ส ตักบอลเข้าเขตโทษให้ โจชัว เซิร์กเซ่ พยายามไขว้ยิง แต่บอลไปเข้าทาง ลิซานโดร มาร์ตีเนซ ตามซ้ำส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่าย

หลังจากนั้นไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านถล่ม ซาบาห์ 4-0 เก็บชัยชนะประเดิมศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบลีก เฟส พร้อมรั้งอันดับ 4 ของตาราง

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

แมนยูไนเต็ด (4-2-3-1) : เซนเน่อ ลัมเมนส์ – นูสแซร์ มาซราวี, เลนี่ โยโร่, ลิซานโดร มาร์ตีเนซ, แพทริค ดอร์กู -ยูริ ตีเลอมันส์, ค็อบบี้ เมนู – ไบรอัน เอ็มเบอโม่, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาเตอุส คุนญ่า – เบนยามิน เชชโก้

ซาบาห์ (4-4-2) : สตาส โปคาติลอฟ – สตีฟ โซลเว่ต์, ราห์มาน ดาชดามิรอฟ, ติโมเตอุส ปูชาช, อากิม เซดัดก้า – อูมาราลี รัคโมนาลิเยฟ, อเล็กเซ อิซาเยฟ, อีวาน เลปินีช่า, กาฮีม แพร์ริส – จอย-แลนซ์ มิคเคลส์, เวลีโก้ ซิมิช

โซโบซไล ปลื้มลิเวอร์พูลแซงดับ แอต.มาดริด 2-1

โดมินิค โซโบซไล เปิดใจหลังยิงประตูช่วย ลิเวอร์พูล พลิกแซงชนะ แอตเลติโก มาดริด 2-1 ประเดิมชัยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พร้อมคว้ารางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ และเอ่ยปากชื่นชม โรนัลด์ อเราโฮ ที่แอสซิสต์สุดเหนือชั้นให้ทำประตู

โดมินิค โซโบซไล กองกลางทีมชาติฮังการีของ ลิเวอร์พูล เปิดเผยว่ารู้สึกมีความสุขอย่างมาก หลังช่วยทีมเปิดบ้านพลิกแซงชนะ แอตเลติโก มาดริด 2-1 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2026/27 รอบลีก เฟส นัดแรก เมื่อวันพุธที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา

เกมนี้ ลิเวอร์พูล ตกเป็นฝ่ายตามหลังตั้งแต่นาทีที่ 17 ก่อนที่ โซโบซไล จะยิงประตูตีเสมอในช่วงท้ายครึ่งแรก และครึ่งหลัง อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ซัดประตูชัยพา “หงส์แดง” เก็บ 3 คะแนนสำคัญได้สำเร็จ

จากผลงานอันโดดเด่น ทำให้ โซโบซไล ได้รับเลือกให้คว้ารางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ประจำเกม

“เรามีความสุขมากที่ได้กลับมาเล่นในรายการนี้อีกครั้ง ค่ำคืนแบบนี้เป็นช่วงเวลาที่พิเศษเสมอ หลังจากความผิดหวังที่ผ่านมา เรากลับมาได้ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยม”

“ผมมีความสุขกับผลการแข่งขัน และดีใจที่ทำประตูได้ มันเป็นผลลัพธ์จากความพยายามของทุกคนในทีม”

กองกลางวัย 25 ปี ยอมรับว่าเกมกับ แอตเลติโก มาดริด เป็นเกมที่สูสีและเต็มไปด้วยความเข้มข้น

“แน่นอนว่ามันเป็นเกมที่มีทั้งช่วงเวลาที่เราเหนือกว่าและเป็นรอง พวกเขาเป็นทีมที่แข็งแกร่ง ขณะที่เราก็มีคุณภาพเช่นกัน ผมคิดว่าเป็นเกมที่สูสีแบบ 50-50 แต่สุดท้ายเราทุ่มเททุกอย่างและสมควรเป็นฝ่ายชนะ”

นอกจากนี้ โซโบซไล ยังกล่าวถึงจังหวะแอสซิสต์สุดเหนือชั้นของ โรนัลด์ อเราโฮ ซึ่งตอกส้นให้เขายิงตีเสมอว่า

“ผมดีใจกับเขามาก คุณต้องไปถามเขาเองว่าเขาตั้งใจทำแบบนั้นหรือเปล่า! แต่ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ ผมก็ต้องขอบคุณเขาอีกครั้งสำหรับแอสซิสต์ที่ยอดเยี่ยม”

ผลบอล เชลซี 6-3 ลีดส์ : สิงห์บลูส์ตายยาก! พลิกนรกแซง

เชลซี โชว์ความตายยากแบบสุดๆ หลังตกเป็นรอง ลีดส์ ยูไนเต็ด 0-2 ก่อนพลิกนรกแซงเอาชนะไปอย่างสุดมันส์ 6-3 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบสี่ คาราบาว คัพ ได้สำเร็จ

ครึ่งแรกเริ่มาได้ครึ่งทาง นาที 23 กลายเป็นทีมเยือน ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่บุกมานำก่อน 1-0 จากจังหวะเตะมุมที่ แฮร์รี่่ วิลสัน เปิดโค้งมาเสาไกลให้ ตาริค มูฮาเมโรวิช แนวรับบอสเนียขึ้นโขกเสียบตาข่ายเข้าไปอย่างเฉียบขาด

ครึ่งหลังสถานการณ์เจ้าถิ่นแย่ลงไปอีกเมื่อ “ยูงทอง” มายิงนำห่าง 2-0 จากจังหวะที่ ลูคัส เมชา สะกิดคืนหลังมาหน้าประตูให้ เบรนเดน แอรอนสัน ยิงมาซัดโล่งๆไม่เหลือ

แต่หลังจากนั้น นาที 52 ทัพสิงห์บลูส์มาตีไข่แตกได้สำเร็จหลังผู้ตัดสินเป่าให้จุดโทษก่อนที่ โคล พาลเมอร์ ที่ลงมาเป็นสำรองสังหารเข้าไปไม่พลาดพา เชลซี ไล่มา 1-2

จากนั้นนาที 55 เชลซี มาตีเสมอ 2-2 ได้สำเร็จ จากจังหวะที่ มอร์แกน โรเจอร์ส ที่ลงมาต้นครึ่งหลังเช่นกันแปะบอลจ่ายให้ โคล พาลเมอร์ ยิงเล่นทางไปเสาไกลบอลพุ่งเลียดเข้าไปเป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้มีลุ้นแฮตทริกทันที

เท่าน้้นไม่พอ เจ้าบ้ายิ่งเหมือนได้ใจ นาที 60 เปโดร เนโต้ อีกหนึ่งสำรองเป็นอีกหนึ่งทีเด็ดเมื่อรับบอลจาก มอร์แกน โรเจอร์ส ซัดเข้าไปตุงตาข่ายพาทีมแซงขึ้นนำ 3-2

จากนั้น นาที 65 มอร์แกน โรเจอร์ส จะจัดแอสซิสต์แฮตทริกด้วยการจ่ายให้ แดนนี่ เวลเบ็ค ซัดพาเชลซีหนีห่าง 4-2

แม้ว่านาที 75 โดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวิน ตัวสำรองจะลงมาซัดให้ยูงทองไล่มา 4-3 แต่อีกห้านาทีต่อมา วาเลนติน บาร์โก้ มาซัดพา สิงห์บลูส์ นำไปไกล 5-3

จากนั้นช่วงทดเจ็บ นาที 90+4 เชลซี มาได้ประตูปิดท้ายจาก แดนนี่ เวลเบ็ค เป็นประตูที่สองในเกมนี้พา เชลซี แซงเอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด แบบสุดมันส์ 6-3 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 4 คาราบาว คัพ

รายชื่อตัวจริงทั้งสองทีม

เชลซี (3-4-2-1) : ไมค์ เพนเดอร์ส – จอช อาเชียมปง, มักซ็องซ์ ลาครัวซ์, ลีวาย โคลวิลล์ – มาโล กุสโต้, เร็กกี้ วัตสัน, วาเลนติน บาร์โก้, เป๊ป ชาวาร์เรีย – เอสเตเวา, เจมี่ กิตเท่นส์ – แดนนี่ เวลเบ็ค

ลีดส์ (3-4-2-1) : มิชาเอล เซ็ตเทอร์เรอร์ – เจมส์ จัสติน, ยาก้า บิโยล, ตาริค มูฮาเมโรวิช – แดเนี่ยล เจมส์, อีธาน อัมปาดู, ฌอน ลองสตาฟฟ์, เมลวิน บาร์ด – แฮร์รี่ วิลสัน, เบรนเดน แอรอนสัน – ลูคัส เมชา